อ่านและตอบกระทู้

สมาชิกแสดงความคิดเห็น แจ้งข่าวสาร

20 ต.ค. 2563
01080
12 มิถุนายน 2547 "82 ปี ชาตกาล ตำนานแทงโก้ไทย วินัย จุลละบุษปะ"
12 มิถุนายน 2547 "82 ปี ชาตกาล ตำนานแทงโก้ไทย วินัย จุลละบุษปะ"

ในบรรดานักร้องของชาวคณะสุนทราภรณ์ เมื่อเอ่ยถึง วินัย จุลละบุษปะ แล้ว คงมีน้อยคนนักที่ไม่รู้จักเจ้าของเสียง ทุ้ม นุ่ม ลึก อันไพเราะน่าฟัง เป็นที่ประทับใจของผู้ฟังดนตรีสุนทราภรณ์มาทุกยุคทุกสมัย

วินัย จุลละบุษปะ เป็นบุตรของขุนประมาณธนกิจ (วงศ์ จุลละบุษปะ) และนางน้อม จุลละบุษปะ เกิดที่บ้านข้างวัดมหรรณพาราม ถนนตะนาว กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน พุทธศักราช 2465 อันเป็นช่วงปลายสมัยรัชกาลที่ 6 เขามีพี่น้องทั้งสิ้น 5 คน คือ

1. นายวินัย จุลละบุษปะ
2.นาวาเอกวินิจ จุลละบุษปะ ร.น.
3. นายวิเวศน์ จุลละบุษปะ (ถึงแก่กรรม)
4. นางวาสนา สุบรรณวงศ์ (ถึงแก่กรรม)
5. นางสาววรรณี จุลละบุษปะ (ถึงแก่กรรม)

วินัย เดิมชื่อ วัฒนา เปลี่ยนชื่อเป็น วินัย เมื่อสมัยรัฐนิยม คือสมัยจอมพลแปลก พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนนามสกุล จุลละบุษปะ เป็นนามสกุลที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 พระราชทานให้แก่ ขุนสุนทรศุภรัชฎ์ (สังวาลย์ จุลละบุษปะ) คลังจังหวัดชุมพร

การเป็นนักร้องของวินัย ไม่มีข้อมูลว่าเขาเคยไปร้องเพลงประกวดตามงานวัด หรือที่ใดบ้าง แต่ครูใหญ่ (สมาน) นภายน เพื่อนรักของวินัย อดีตหัวหน้าวงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์ ได้เล่าไว้ว่า วินัยออกร้องเพลงต่อสาธารณชนจริง ๆ เป็นครั้งแรกที่โรงภาพยนตร์โอเดียนส์ โดยครูเวส สุนทรจามร พาไปร้องเพลง "ทาสน้ำเงิน" ที่ครูเวสแต่งทำนอง และครูเอิบ ประไพเพลงผสม แต่งคำร้อง เพลงนี้ขึ้นต้นว่า "รำพึงครวญคิดชีวิตเรา มีความโศกเศร้าหมองหม่น ก็เนื่องด้วยความยากจน ต้องจำทนทุกข์เวทนาอาลัย..." ด้วยรูปลักษณ์อัน "ไม่หล่อ" ของวินัย ที่ปรากฏต่อสายตาสาธารณชนเป็นครั้งแรก ทำให้ผู้คนแสดงอาการฮือฮา หัวเราะ ขำว่า นักร้องคนนี้เห็นจะร้องเพลงไม่ได้การเป็นแน่ แต่เมื่อวินัยเปล่งคำร้องว่า "รำพึงครวญคิดชีวิตเรา..." ด้วยน้ำเสียงอันแจ่มใส นุ่มนวล และชัดเจนของเขา ผู้ฟังทุกคนก็ตกอยู่ในภวังค์ นั่งฟังเขาร้องอย่างเงียบกริบ จนกระทั่งวินัยร้องจบ ผู้ฟังก็ปรบมือให้เขาด้วยความชื่นชมอย่างสนั่นหวั่นไหว นับแต่นั้น ชื่อวินัย จุลละบุษปะ ก็ขึ้นมายืนอยู่แถวหน้า ของวงการเพลงไทยสากล

เมื่อวินัย เข้ารับราชการในกรมโฆษณาการ เขาได้ร้องเพลงร่วมกับนักร้องหลายคน อาทิ ครูล้วน ควันธรรม (นักร้องชายคนแรกของวงดนตรีลีลาศกรมโฆษณาการ) ผู้ซึ่งวินัย ชื่นชอบน้ำเสียงมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก มัณฑนา โมรากุล (นักร้องหญิงคนแรกของวงดนตรีลีลาศ กรมโฆษณาการ) จันทนา โอบายวาทย์, เพ็ญศรี พุ่มชูศรี, ชวลีย์ ช่วงวิทย์, สุภาพ รัศมิทัต, สุปาณี พุกสมบุญ ตลอดจน จุรี โอศิริ และรุจี อุทัยกร เสียงเพลงจากวงดนตรีลีลาศกรมโฆษณาการ หรือในนาม "สุนทราภรณ์" ยามที่ครูเอื้อ สุนทรสนาน รับงานเป็นการส่วนตัว ดังกระหึ่มไปทั่วเมืองไทย ทั้งจากงานรื่นเริงทั่วไป งานลีลาศ งานเลี้ยงของสถาบันต่าง ๆ งานประกวดนางสาวไทย และที่สำคัญที่สุดก็คือ การกระจายเสียงทางวิทยุ และการบันทึกแผ่นเสียง อันทำให้มิตรรักแฟนเพลงได้ฟังเพลงของวินัย กันอย่างทั่วถึง

วินัย บันทึกแผ่นเสียงเพลงแรกเมื่อปีใดไม่ทราบ ทราบแต่เพียงว่า เพลงที่บันทึกแผ่นเสียงเพลงแรก คือเพลง "เรารักกัน" บันทึกเสียงที่ห้างกมลสุโกศล ห้างกมลสุโกศลนี้บันทึกเสียงของวินัยไว้มากมาย ศรีสุดา รัชตะวรรณ ภรรยาของวินัย เล่าว่า การบันทึกเสียงในสมัยนั้น บริษัทจะบันทึกเสียงลงบนเทปเส้นลวดก่อน แล้วค่อยส่งไปทำแผ่นเสียงในต่างประเทศ เทปเส้นลวดนี้ เป็นเทปเส้นเล็ก ๆ ลักษณะคล้ายเส้นกีตาร์ หรือเส้นไวโอลิน จึงเรียกกันว่า "เทปเส้นลวด" มีใช้ในช่วงปี 2480-2490 เศษ ๆ

ในสมัยที่วินัย ยังเป็นเด็กอยู่นั้น ขุนประมาณธนกิจผู้เป็นบิดารับราชการเป็นคลังจังหวัด ซึ่งต้องโยกย้ายไปตามจังหวัดต่าง ๆ อยู่เสมอ ทำให้วินัยต้องย้ายโรงเรียนตามพ่ออยู่บ่อย ๆ โรงเรียนที่วินัยเคยเรียน ได้แก่ โรงเรียนวัดมหรรณพาราม และโรงเรียนในจังหวัดนครปฐม จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นต้น วินัยเรียนอยู่ที่กาฬสินธุ์อยู่หลายปี ที่สุดแล้วจึงย้ายมาเรียนในกรุงเทพมหานคร กระทั่งสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่โรงเรียนวัดราชบพิธ

บิดา มารดา ของวินัย ไม่เกี่ยวข้องกับวงการเพลงเลย ในขณะที่วินัยชอบร้องเพลงเป็นชีวิตจิตใจมาตั้งแต่เด็ก ๆ และนักร้องที่วินัยชอบที่สุด คือ ครูล้วน ควันธรรม เมื่อสำเร็จการศึกษา ญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งซึ่งรู้จักกับกรมโฆษณาการ (ปัจจุบัน คือ กรมประชาสัมพันธ์) เห็นว่าวินัยรักการร้องเพลงมาก จึงช่วยฝากฝังวินัยให้กับครูเวส สุนทรจามร ในวงดนตรีลีลาศกรมโฆษณาการ

ความจริงก่อนหน้าจะไปเป็นนักร้อง วินัยเคยคิดจะเรียนด้านช่างที่โรงเรียนช่างก่อสร้างอุเทนถวายมาก่อน แต่เนื่องจากวินัยเป็นโรคกลัวความสูง<

เทพกร บวรศิลป์10 มิถุนายน 47 เวลา 23:25 น.


โปรดอ่าน ก่อนแสดงความเห็น
โปรดหลีกเลี่ยงการใช้หลายชื่อในห้องกระทู้ เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาในการเข้าบ้านคนรักสุนทราภรณ์ครั้งต่อไป