อ่านและตอบกระทู้

สมาชิกแสดงความคิดเห็น แจ้งข่าวสาร

12 ก.ค. 2563
00139
ลมหายใจแห่งเพลง สุนทราภรณ์
ต้องขอกราบขอบพระคุณ ท่านผู้จัดทำ สกู๊ป บทความและท่านที่กรุณาจะฟังเรื่องเล่าที่พอนึกภาพได้

หากมองภาพสังคมบ้านเราเพลงที่ฟังไม่ครบทั้งแผ่น นักร้องก็หายไปเสียแล้วนั้นมีมากมาย (เพิ่งตั้งหลักจะจำชื่อนักร้องเสียหน่อย) แต่ใครจะรู้ว่ายุคโลกาภิวัฒน์นี่แหละ ตามร้านอาหารที่มีดนตรีให้แขกได้ร้องเพลง ส่วนใหญ่มักจะเป็นเพลง สุนทราภรณ์ ชนิดบ้างก็ขนเนื้อร้อง บ้างก็ขนซาวน์ดนตรีมาเอง ก็เพลงสุนฯของพวกเรานี่แหละ ทำให้สามารถประเมินภาพรวมว่า บุคคลผู้ที่พอจะมีเวลาฟังเพลงจริงๆ นั้น มักอยากจะได้อรรถรสแห่งการฟัง หาใช่เพียงผ่านหูเหมือนลมพัดผ่าน อีกประการ การร้องเพลงซึ่งเป็นสุดยอดแห่งศาสตร์และศิลป์นั้นไม่ใช่ง่าย แต่ท่านเหล่านั้นก็พยายาม ไหนจะต้องหายใจให้ถูก เพราะเพลงสุนฯ เพลงเดียวมีเสียงหลบขึ้นลง สั้นยาว เบา แรง ไม่เท่ากัน หากไม่เคยซ้อม แล้วเอามาร้องเล่นละก็ เหมือนทำร้ายตัวเองบนเวทีก็ไม่ปาน แต่ด้วยใจรักนี่แหละภาพที่มองเห็นส่วนใหญ่คือ ทุกท่านมักทำได้ดี ใครจะคิดบ้างว่าจนถึงวันนี้ เพลง "กระซิบสวาท" ก็ยังจัดอยูในอันดับ ต้น ๆ ตลอดกาล สำหรับผู้ฟังเพลง นี่ขนาดชื่อกระซิบนะนี่ ยังดังซะกว่าเพลงที่ตะโกนจนฟังไม่ออกว่าทั้งเพลงร้องว่าอะไร

มีบทเพลงหลายบทเพลงที่แต่งได้ เซ็กซี่มาก หลายคนฟังไปตั้งหลายรอบ กว่าจะทำตาโต แล้วร้อง โอ้โฮ/ นั่นเพราะอะไร ถ้าไม่ใช่ ความเป็นอัจฉริยะของครูท่าน ในความคิดส่วนตัวมั่นใจว่าเพลงสุนทราภรณ์คือการดำเนินชีวิตของคนจริงๆ มิใช่เพ้อฝัน เริ่มแต่เกิด ด้วยเพลง กล่อม ตามด้วยกล่อมดรุณ โตขึ้นด้วยหนังสือจําไปไหนมาเป็นแถวๆ มีความรักด้วย " เมื่อไรจะให้พบ" ต่อด้วย" ฝันหวาน " จนอกหักหรืออะไรอีกมากมายที่มีเพลงไว้ให้ ลงท้ายกับความยิ่งใหญ่ว่า รักอะไรก็ไม่ใหญ่เท่ารักแผ่นดิน ในเพลง "รักหนึ่งในดวงใจ" เมื่อเป็นดังนี้ท่านลองคิดดูซิว่าเมื่อเพลงสุนฯเป็นทุกอย่างในชีวิตแห่งบุคคลเสีย จึงมั่นใจได้ว่าลมหายใจของเพลงสุนฯ จะยาวนานตลอดไป

ผู้มีเพลงสุนฯในลมหายใจ28 พฤษภาคม 45 เวลา 20:44 น.


โปรดอ่าน ก่อนแสดงความเห็น
โปรดหลีกเลี่ยงการใช้หลายชื่อในห้องกระทู้ เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาในการเข้าบ้านคนรักสุนทราภรณ์ครั้งต่อไป