อ่านและตอบกระทู้

สมาชิกแสดงความคิดเห็น แจ้งข่าวสาร

21 ก.ย. 2563
01515
คลุมเครือ เพ้อฝัน กึ่งดิบกึ่งดี และดูแคลนบ้านนอก
กรมประชา-สุนทราภรณ์ วัฒนธรรมกึ่งดิบกึ่งดี

คอลัมน์ ไพร่บ้านพลเมือง
โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ
หนังสือพิมพ์ข่าวสด วันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ.2548 ปีที่ 15 ฉบับที่ 5273

วงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์เป็นของรัฐบาล ไม่ใช่วงสุนทราภรณ์ ที่เป็นงานส่วนตัวของครูเอื้อ สุนทรสนาน แต่ครูเอื้อเป็นหัวหน้าวงกรมประชาฯด้วย แล้ววงกรมประชาฯก็เล่นแต่เพลง ของวงสุนทราภรณ์ เพราะนักดนตรีและนักร้องวงสุนทราภรณ์มาจากวงกรมประชาฯ

ที่ยกมาเป็นคำบอกเล่าของผู้อาวุโสประเภท"แฟนพันธุ์แท้"ของสุนทราภรณ์ ส่วนผมเป็นได้แค่ "แฟนพันทาง"อยู่ห่างไกลมาก เลยจำขี้ปากขี้ฟันท่านผู้อาวุโสมาเขียนบอกต่อเพื่อให้เข้าใจร่วมกันว่า สองวงดนตรีนี้แยกออกจากกันอย่างเด็ดขาดไม่ได้ แต่ควรจัดกลุ่มเรียกรวมๆว่าวัฒนธรรมกรมประชา-สุนทราภรณ์

มีคำหลายคำเกี่ยวข้องกับเพลงดนตรีในวัฒนธรรมกรมประชา-สุนทราภรณ์ ที่มีผู้จัดว่าเป็นสมบัติของ"ชนชั้นกลาง" เช่นผู้ดีเก่า-ผู้ดีใหม่, เศรษฐีเก่า-เศรษฐีใหม่, ขุนนางเก่า-ขุนนางใหม่ จนถึงเจ๊กเก่า-เจ๊กใหม่ ฯลฯ เพราะกรมประชาฯ-สุนทราภรณ์เป็นจุดนัดพบของ"ชนชั้นกลาง" รุ่นเก่า-รุ่นใหม่เล่านั้น

สิ่งที่แสดงให้เห็นคือเอาดนตรีไทยทั้งทำนองและเนื้อร้อง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์"เก่า"มาดัดแปลงให้เป็นดนตรีสากลและลีลาศซึ่งเป็นสัญลักษณ์"ใหม่" ที่มีพัฒนาการมาตั้งแต่หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. ๒๔๗๕ ตัวแทนของเหตุการณ์นี้คือ พระเจนดุริยางค์ และเพลงชาติ

กรมประชา-สุนทราภรณ์เป็น"ศิษย์"ทั้งโดยตรงและโดยอ้อมทางดนตรีไทยจากกลุ่ม"ปี่พาทย์หลวง" และทางดนตรีสากลจากพระเจนดุริยางค์ ที่ล้วนเป็นกึ่งทางระหว่างเก่าใหม่ในบรรยากาศการเมืองผ่องถ่ายจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์สู่ประชาธิปไตย ฉะนั้นโลกของคนฟังเพลงดนตรีของกรมประชา-สุนทราภรณ์ จึงคลุมเครือ เพ้อฝัน กึ่งดิบกึ่งดี และดูแคลนบ้านนอก

กระแสเพลงดนตรี"ชนชั้นกลาง"อย่างนั้น ผลักดันให้เกิดปฏิกิริยาตรงข้าม แล้วทำให้แยกกลุ่มในภายหลังว่า"ลูกกรุง"กับ"ลูกทุ่ง" ที่ต่างก็ฉวยเอาทำนองดนตรีไทยมาใช้งานดัดแปลงให้เกิดสิ่งใหม่เหมือนๆกัน แต่มีสำนึกต่างกัน

ปัจจุบัน"ชนชั้นกลาง"เปลี่ยนไปอย่างไร? หรือไม่? ผมรู้ไม่ถึงรู้ไม่ทัน แต่มองเห็นพวกคลุมเครือ เพ้อฝัน กึ่งดิบกึ่งดีที่ดูแคลนบ้านนอกทั้งเก่าและใหม่กำลังฟูมฟายโหยหาอดีตอย่างไร้สติ อดีตของคนกลุ่มนี้ย้อนไปไม่ถึงดนตรีไทย เพราะไกลและลึกเกินไป จึงย้อนยุคได้แค่กรมประชา-สุนทราภรณ์ เพราะความทรงจำและสมาธิมีจำกัดอย่างสั้นๆ

ผมมองไม่เห็นประโยชน์ของการใช้ภาษีอากรราษฎรไปลงทุน"ฟื้นฟู"วงดนตรีในวัฒนธรรมกรมประชา-สุนทราภรณ์ เพราะตอบสนองอาการฟูมฟายโหยหาของคนกลุ่มเล็กๆเพียงกลุ่มเดียว ซึ่งมีที่ทางของตนอยู่แล้วที่ศาลาเฉลิมกรุง แล้วยังมีทางเลือกคือบันทึกเสียงอดีตเหล่านี้ลงซีดีกับวีซีดีไปเสพกันเองในครอบครัว

เพลงดนตรีมี"คุณ"ทุกอย่างไป แต่ควรเป็นเพลงดนตรีของมนุษยชาติทั้งโลก ที่ควรเอาเงินจำนวนนั้นทำรายการเผยแพร่ทางช่อง ๑๑ เริ่มง่ายๆที่เพลงดนตรีเพื่อนบ้านชาติพันธุ์ต่างๆอันหลากหลายก็ได้

สุจิตต์ วงษ์เทศ
***********************************
ใครเป็นประเภทไหนกันบ้าง...บอกกันหน่อยสิครับ

โย่ง7 พฤษภาคม 48 เวลา 17:20 น.


โปรดอ่าน ก่อนแสดงความเห็น
โปรดหลีกเลี่ยงการใช้หลายชื่อในห้องกระทู้ เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาในการเข้าบ้านคนรักสุนทราภรณ์ครั้งต่อไป