อ่านและตอบกระทู้

สมาชิกแสดงความคิดเห็น แจ้งข่าวสาร

25 ก.พ. 2564
01869
สุนทราภรณ์คืนถิ่น รำลึกถึงครูเอื้อ สุนทรสนาน

สุนทราภรณ์คืนถิ่น รำลึกถึงครูเอื้อ สุนทรสนาน

เมื่อกล่าวถึงชื่อของครูเอื้อ สุนทรสนาน หลายคนคงรู้จักเป็นอย่างดีว่า เป็นบุคคลที่ก่อตั้งวงสุนทรภรณ์ขึ้น อีกทั้งยังเป็นนักแต่งเพลงที่เรียกได้ว่า มีผลงานมากที่สุดคนหนึ่งของเมืองไทย ทั้งบทเพลงที่ใช้ขับร้องกับวงสุนทราภรณ์เอง เพลงสถาบัน และเพลงแนวปลุกใจต่างๆ ซึ่งในปัจจุบันยังมีเปิดให้ได้ยินได้ฟังกันบ่อยๆ หลายบทเพลง

“ครูเอื้อ” เป็นชาวจังหวัดสมุทรสงครามโดยกำเนิด บิดาชื่อนายดี มารดาชื่อนางแส สุนทรสนาน เกิดเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2453 ณ ตำบลโรงหวี หรือตำบลเมืองใหม่ในปัจจุบัน โดยบิดาเป็นช่างแกะสลักหนังใหญ่ที่มีฝีมือ ส่วนพี่ชายคือหมื่นไพเราะพจมาน เป็นนักพากย์โขนตัวฉกาจแห่งราชสำนักเมื่อสมัยรัชกาลที่ 6 ซึ่งจะสังเกตได้ว่า ครูเอื้อนั้นเกิดมาในตระกูลศิลปินโดยแท้

ครูเอื้อได้ติดตามพี่ชายพากย์โขนตามสถานที่ต่างๆ จนเกิดความเชี่ยวชาญ ต่อมาได้เข้าเรียนที่โรงเรียนพรานหลวง โดยเลือกที่จะเรียนหลักสูตรวิชาศิลปิน เรียนวิชาดนตรีไทยดนตรีสากล โขน และรำไทย ก่อนที่จะถูกบังคับให้เรียนดนตรีสากลจนเกิดความชำนาญ ซึ่งจะอยู่ในการดูแลของพระพำนักนิจนิกร รองกรมพิณพาทย์หลวง ที่มีศักดิ์เป็นอามาโดยตลอด

หลังจากนั้นได้เรียนวิชา “ซอ” จากครูฉะอ้อน เนตสูต ขุนสำเนียง ชั้นเชิงและหลวงดนตรีบรรเลง จนได้รับบรรดาศักดิ์เป็นเด็กชาย “ชาตรี” ได้รับพระราชทานเงินเดือน เดือนละ 5 บาท ต่อมาได้เข้าเรียนและร่วมวง “ซิมโฟนี” และได้พบกับครูนารถ ถาวรบุตร ซึ่งได้สอนการสีซอแบบแจ๊ซ และได้นำไปสีซอตามคาบาเรต์ต่างๆ

จากนั้นครูเอื้อมีโอกาสพบกับพระเจนดุริยางค์ ซึ่งกำลังหาคนเป่าปี่แคลริเน็ต และแซ็กโซโฟน จึงได้รับเลือกให้เข้าไปเรียนวิชาเป่าปี่ และแซ็กโซโฟน อีกทั้งยังได้ร่วมกับพระเจนดุริยางค์แสดงคอนเสิร์ตที่ร้านกาแฟนรสิงห์เป็นประจำ ก่อนที่จะย้ายเข้ามาอยู่ที่กรมอัศวราช (ม้าหลวง) ที่นอกจากจะอยู่ในฐานะของนักดนตรีที่เรียกว่า “แตรม้า” แล้ว ยังต้องเลี้ยงม้าควบคู่กันไปอีกด้วย

เมื่อเวลาผ่านไปกรมมหรสพที่ครูเอื้อสังกัดอยู่ได้ยุบเลิก เพื่อมาขึ้นอยู่กับกระทรวงวังและต่อมาเปลี่ยนเป็นกรมศิลปากร ซึ่งในช่วงเวลานี้เอง “ครูเอื้อ” ได้เล่นดนตรีตามบาร์ต่างๆ และเล่นดนตรีประกอบละครหลายคณะด้วยกัน เพื่อต้องการสร้างฐานะของตัวเองให้มั่นคง

ดังนั้น ในปี พ.ศ.2482 เมื่อสำนักงานโฆษณาการ ได้ก่อตั้งขึ้นเป็นกรมโฆษณาการ และมีการโอนข้าราชการจากกองกระจายเสียง กรมไปรษณีย์โทรเลขมาอยู่กรมโฆษณาการจำป็นจะต้องมีวงดนตรีประจำสำนักงาน 1 วง ครูเอื้อจึงได้ชวนเพื่อนๆ มาก่อตั้งวงดนตรีโดยตัวเองเป็นหัวหน้าวง มีชื่อวงว่า “สุนทราภรณ์” โดยได้ครูประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง (บุตรชายหลวงประดิษฐ์ไพเราะ) เป็นผู้ตั้งให้ในปี พ.ศ.2489

สำหรับบทเพลงที่ครูเอื้อมีโอกาสได้ร้องและบันทึกเสียงเป็นครั้งแรกนั้น เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง “ถ่านไฟเก่า” ชื่อเพลง “ในฝัน” ซึ่งนอกจากจะร้องเพลงด้วยตัวเองแล้ว ยังได้ประพันธ์เพลงเองไว้หลายเพลงด้วยกัน ทั้งแนวปลุกใจ เพลงสดุดี เพลงสถาบันต่างๆ เพลงจากวรรณคดีไทย เพลงเยาวชน เพลงเทศกาลและประเพณีต่างๆ เพลงชาวนา-ชาวประมง บทเพลงสอดแทรกคติธรรมและปรัชญาชีวิต เพลงยกย่องผู้หญิง-ธรรมชาติ เพลงความรัก เพลงสะท้อนสังคม เพลงประกอบละครและภาพยนตร์ ฯลฯ

ด้านเอกลักษณ์เฉพาะตัวของครูเอื้อที่พบเห็นโดยส่วนใหญ่นั้น เป็นผู้ที่สามารถร้องเพลงไปพร้อมๆ กับการสีไวโอลินได้อย่างน่าอัศจรรย์ นอกจากนี้ ท่านยังสร้างนักร้องที่มีความสามารถ และมีชื่อเสียงมากมาย เช่น เพ็ญศรี พุ่มชูศรี, จุรี โอศิริ, ดาวใจ ไพจิตร,รวงทอง ทองลั่นทม, โฉมฉาย อรุณฉาน และอีกมากมาย

โดยเกียรติประวัติของครูเอื้อ สุนทรสนานที่สำคัญที่สุด คือ การได้รับพระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้รับพระราชทานเสมาทองคำพระปรมาภิไธยย่อ ภปร. ได้รับพระราชทานรางวัลแผ่นเสียงทองคำ ได้รับพระราชทานราชอิสริยาภรณ์ตติจุลจอมเกล้าวิเศษ ได้รับพระราชทานโล่เกียรติยศในฐานะศิลปินตัวอย่าง และได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทยอีกด้วย ซึ่งการได้รับรางวัลต่างๆ ดังกล่าวนี้นับได้ว่า “ครูเอื้อ” เป็นบุคคลที่มีส่วนในการสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดสมุทรสงครามเป็นอย่างมาก

ดังนั้น เพื่อเป็นการอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นด้านดนตรี ทางจังหวัดสมุทรสงคราม จึงได้ร่วมกับเทศบาลตำบลอัมพวาและมูลนิธิสุนทราภรณ์ กำหนดจัดงาน “สุนทราภรณ์คืนถิ่นอัมพวา” ขึ้น เพื่อเป็นการรำลึกถึงและเชิดชูครูเอื้อ สุนทรสนาน ในวันจันทร์ที่ 21 มกราคม 2549 ซึ่งจะตรงกับวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 95 ปีของครูเอื้อ ณ อุทยานรัชกาลที่ 2 บ้านอัมพวา อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ตั้งแต่เวลา 17.00-20.00 น. ซึ่งผู้ที่สนใจรับฟังบ

ดุสิตา17 มกราคม 49 เวลา 08:12 น.


โปรดอ่าน ก่อนแสดงความเห็น
โปรดหลีกเลี่ยงการใช้หลายชื่อในห้องกระทู้ เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาในการเข้าบ้านคนรักสุนทราภรณ์ครั้งต่อไป