อ่านและตอบกระทู้

สมาชิกแสดงความคิดเห็น แจ้งข่าวสาร

22 ก.ย. 2563
02060
สุปราณี พุกสมบุญ ต้นฉบับเพลง"มองอะไร"
จาก "ไทยโพสต์" 7 พ.ค.2549
สุปราณี พุกสมบุญ ต้นฉบับเพลงมองอะไร


เข้าไปฝึกฝนวิชาละครรำในวังหลวง ท่าเตียน ตั้งแต่อายุไม่ถึง 10 ขวบ ปกิต พุกสมบุญ เคยได้รำไทยในโรงละครสวนมิสกวัน ก่อนที่กรมมหรสพถูกย้ายโอนไปอยู่กรมศิลปากร ชีวิตวัยเรียนปกิต พุกสมบุญ ยังได้เรียนอยู่ชั้นเดียวกันกับเลิศ ประสมทรัพย์ ที่โรงเรียนบำรุงวิทยา และมีโอกาสไปร้องเพลงกสิกร ประกอบหนังเรื่องหนามรักผลงานของทิดเขียว แม้จะเป็นเพลงหมู่แต่ก็ถือเป็นเพลงแรกที่ร้องอัดแผ่นเสียง

ช่วงอายุ 14 ปี ระหว่างปกิต พุกสมบุญ ทำงานแคชเชียร์ที่ร้านอาหารผลิตผลไทย สมจิตร เที่ยงธรรม มาชักชวนเข้าประกวดนางสาวไทย ปีนั้นสว่างจิตร คฤหาศ์นนท์ ได้ครองมงกุฎ ปกิต พุกสมบุญ ตกรอบ แต่ก็ได้พรพรรณ วรรณมาศ ซึ่งต่อมาคือดาราวิทยุชื่อดังมาเป็นเพื่อนสนิท

ปี พ.ศ.2483 วงกรมโฆษณาการขาดแคลนนักร้องหญิง มีเพียงรุจี อุทัยกร และจุรี โมรากุล ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็นมัณฑนา เมื่อสรรพสิริ วิริยะศิริ มาทานอาหารที่ร้านผลิตผลไทย จึงชวนไปสมัคร ปกิตนำเพลงขวัญเรียมร้องทดสอบ ก่อนได้เข้าร้องเพลงกับวงโฆษณาการได้เงินเดือน 15 บาท ต้องนั่งรถรางจากบางลำพูไปศาลาแดง ที่ตั้งเครื่องส่งทุกคืน ภายหลังชวลี ช่วงวิทย์, เพ็ญศรี พุ่มชูศรี และวินัย จุลละบุษปะ ได้เข้ามาสมทบ

เพราะชื่อปกิตคล้ายชื่อของผู้ชาย เสวกเอกพระยาบำรุงราชบริพาร (เสมียน สุนทรเวช) ที่ทำงานในกรมโฆษณาการ จึงเปลี่ยนชื่อจากปกิตเป็นสุปราณี พุกสมบุญ เพลงคิดถึงฉันบ้างไหมที่ร้องกระจายเสียงทำให้ชื่อสุปราณี พุกสมบุญ เป็นที่รู้จัก ด้วยน้ำเสียงที่สูงภายหลังครูเอื้อ สุนทรสนาน จึงเบนเข็มให้สุปราณีมาร้องเพลงเร็วหรือไม่ก็จังหวะสวิงและรัมบ้า มีเพลงที่รู้จักกันดีคือรักแม่เอ๊ย, บ้านเรือนเคียงกัน และมองอะไร

ปี พ.ศ.2487 หลังสุปราณี พุกสมบุญ แต่งงานกับสริ ยงยุทธ ได้ลาออกจากราชการ นอกจากจะตามสามีไปร่วมงานกับครูเอื้อ ในนามวงดนตรีสุนทราภรณ์ ยังได้ใช้ชื่อลัดดาวัลย์ พันธ์ชาติ ส่งเพลงให้กับวงดนตรีสุนทรจามร สุปราณียังได้อัดเพลงหาดแสนสุข ให้สุรัฐ พุกกะเวส, เพลงเพลงแห่งความหลัง ให้กับฉลอง สิมะเสถียร และเพลงรักอย่าลวงให้กับพยงค์ มุกดา

ต่อมาวิทยา, ศุภสิทธิ์ และนุสรา ลูกชายคนที่ 2-3 และลูกสาวคนเล็กของสุปราณี ก็ได้เข้าไปร่วมวงดนตรีพี.เอ็ม.7 วงลูกหม้อพยงค์ มุกดา มีเพียงเสกสรร ยงยุทธ ลูกชายคนโตไปร่วมวงดนตรีฮอตเปปเปอร์

สุปราณีเป็นนักร้องหลักให้กับสุนทราภรณ์ กระทั่งครูสริ ยงยุทธ ขึ้นเป็นหัวหน้าวงแทนครูเอื้อที่เสียชีวิต ก่อนได้ออกรายการครอบจักรวาล, รายการพันห้าสิบสี่ปี ของ ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ และรายการเพื่อนกันวันอาทิตย์ กระทั่งครูนคร มงคลายน ตั้งวงอมตะ พร้อมจัดรายการเพลงทางช่อง 11 สุปราณีได้ไปร่วมร้อง

ต่อมาปี พ.ศ. 2539 สุปราณีไปร่วมร้องกับวงจารุกนก ที่แสดงวันเสาร์สัปดาห์ที่ 2 ของทุกเดือน ณ หอสมุดแห่งชาติ

สุปราณีมาอัดเพลงอีกครั้งให้กับชาตรี ศิลปสนอง อาทิ เพลงสุขกับยิ้ม, คลายเศร้าด้วยเพลง และบัวบาน ที่นำกลอนธรรมะของท่านพุทธทาสภิกขุมาใส่ทำนอง กระทั่งปี พ.ศ. 2547 กรมประชาสัมพันธ์, ชมรมเพื่อนฝัน, วงดนตรีจารุกนก และวงสุนทราภรณ์ ได้ร่วมกันจัดคอนเสิร์ต 80 ปี สุปราณี พุกสมบุญ ณ หอประชุมกรมประชาสัมพันธ์

ปัจจุบันสุปราณี พุกสมบุญ ในวัย 83 ปี ยังคงร้องเพลงให้กับวงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์, วงสุนทราภรณ์ และวงจารุกนก ทุกครั้งที่มีโอกาสหรือได้รับเชิญ

นอกจากพักอาศัยอยู่กับบุตรชายคนโตที่นางเลิ้ง บางครั้งบุตรสาวคนเล็กอดีตนักร้องวงพี.เอ็ม.7 ก็มารับไปตากอากาศที่บ้านพักริมหาดชะอำ เพชรบุรี ขณะที่บุตรชายคนที่ 2 และ 3 ของสุปราณี ปัจจุบันยังคงเล่นดนตรีอาชีพอยู่ที่ร้านอาหารโสมทอง วิสุทธิกษัตริย์

นอกจากสุปราณี พุกสมบุญ จะรับบทคุณย่าและคุณยาย เวลานี้ยังเป็นคุณย่าทวดของเหลนสาววัย 4 ขวบ ที่ทุกครั้งได้ยินเพลงโฆษณาเอ็ม.เค.สุกี้ยากี้ เป็นต้องร้องคลอตามว่า "กินอะไรๆ" และแม้คุณย่าทวดจะจ้องตาเขม็ง เด็กน้อยก็ไม่เคยถามย้อนกลับว่า "มองอะไร".





ดุสิตา8 พฤษภาคม 49 เวลา 00:59 น.


ความเห็นที่ 1
เสียดายจังนักร้องมี่มีคุณภาพอยู่อย่างพอเพียงทำไมไม่มีใครนึกถึงให้เป็นศิลปินแห่งชาตินะมัณฑนากว่าจะได้ก็อายูแปดสิบกว่าแล้วใครที่ได้เป็นศิลปินแห่งชาตืควรภูมิใจเพราะไม่ได้เป็นง่ายควรสร้างความดีให้สมกับรางวัลไม่ใช่ขาดสติมีอะไรก็ขึ้นโรงพัก

รักไทย ที่สุด 24 สิงหาคม 63 เวลา 17:26 น.
โปรดอ่าน ก่อนแสดงความเห็น
โปรดหลีกเลี่ยงการใช้หลายชื่อในห้องกระทู้ เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาในการเข้าบ้านคนรักสุนทราภรณ์ครั้งต่อไป