อ่านและตอบกระทู้

สมาชิกแสดงความคิดเห็น แจ้งข่าวสาร

20 ต.ค. 2564
03138
"พนมเทียน" กับ60ปี"จุฬาตรีคูณ"
อดีตกาลอันไกลโพ้น กระแสแพรวเพริศเลื่อมเงาเงินประกายทองคู่หนึ่ง ไหลเรื่อยคู่ขนานกันมาจากดินแดนอันแสนไกล และวกใกล้เข้ามาบรรจบกันเป็นวังวนวิไล เงินและทองแซมไสวมิปะปน แหล่งนั้นบรรเจิดวิจิตรชวนฉงนเป็นยิ่งนัก
คราใดเมื่อรัตติกาลไร้เดือน ก็ดูราวกับจะยิ่งเตือนให้งดงามเป็นทวีคูณ ด้วยว่าจะเห็นเป็นหัตถ์อสูรสอดศิลาเศวตมาทาบไว้กับฟ้าอินทนิล รวมกันเป็นสามกระแสสินธุ์ประเสริฐทิวาคล้อยผ่านรัตติกาลเคลื่อนมาแทนที่ ธารน้ำทั้งสาม เมื่อรับกับรัศมีดาวก็ดูประหนึ่งจะสะท้อนระริกระเริงริ้วเล่นลมดึกอยู่ครึกครื้น

บางครั้งสีเศร้าสลด สะอึกรันทดระทม ดังว่ามีวิญญาณวิปโยคสิงสถิตอยู่
ท่านผู้เจริญ แหล่งประหลาดนี้มีนามว่า ''จุฬาตรีคูณ''
นั่นคือปฐมพจน์เริ่มเรื่องอมตะจินตนิยาย ''จุฬาตรีคูณ'' ผู้บรรจงคำประพันธ์อันวิจิตรนี้คือหนุ่มน้อยวัยแค่ 16 ปี ใช้นามปากกาว่า ''พนมเทียน'' ชื่อและนามสกุลจริงคือ ฉัตรชัย วิเศษสุวรรณภูมิ ซึ่งกาลต่อมาได้รับการเชิดชูเกียรติให้เป็น ''ศิลปินแห่งชาติ'' ใน พ.ศ. 2540
เกือบเที่ยงครึ่งของวันที่เรานัดพบกันที่ห้องอาหารแห่งหนึ่งในย่านถนนพระราม 6 บุรุษผู้สูงวัย สมสง่าในมาดของผู้ทรงคุณวุฒิ เดินมาอย่างแช่มช้าพร้อมด้วยสองนารีที่เยาว์วัยกว่า
ท่านเพิ่งจะเสร็จจากอัดเทปในรายการเคเบิลทีวี ''เพลินเพลงกับสุนทราภรณ์'' ในตอนที่เกี่ยวกับเพลงตำนาน ''จุฬาตรีคูณ''

และท่านผู้เจริญ ปี 2551 นี้ คือปีที่ครบ 60 ปีของบทประพันธ์นี้
หลังจากที่แนะนำตัวกันแล้ว เราเริ่มพูดคุยสอบถามกัน และท่านก็พูดคุยให้คำตอบแก่เราด้วยถ้อยคำที่ชัดเจนแจ่มใส แม้ว่าเหตุการณ์นั้นๆ จะล่วงเลยผ่านมายาวนานปีแล้วก็ตามที

-อยากให้ท่านกรุณาเล่าเรื่องชีวิตของท่านตั้งแต่ครั้งวัยเด็ก ก่อนที่จะมาเป็นนักประพันธ์...
+''ผมเกิดที่บ้านต้นตระกูล วิเศษสุวรรณภูมิ ที่อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2475 พอเกิดได้ขวบนึงก็ตามคุณแม่มาอยู่กรุงเทพฯ อยู่ได้ถึง 10 ขวบ ขณะที่เรียนหนังสืออยู่ที่วัดสุทธิวราราม สงครามโลกก็ระเบิดขึ้น ต้องย้ายกลับไปอยู่ที่บ้านเกิด ไปเรียน ม.2-ม.3 อยู่ที่โรงเรียนในอำเภอสายบุรี พอถึงชั้น ม.4-ม.5 ก็เข้าไปเรียนในตัวจังหวัดปัตตานี ถึงปี 2488 สงครามสงบ ผมจึงกลับมาเรียนที่วัดสุทธิฯ ต่อจนจบชั้น ม.6
จากนั้นมาเรียนต่อที่แผนกอักษรศาสตร์โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย เรียนได้ปีเดียวก็สอบควบชั้น ม.7-ม.8 ได้ ซึ่งตามปรกติต้องเรียน 2 ปี เรื่องแบบนี้ครูเคยห้ามว่าอย่าสอบควบเลย เพราะจะทำให้ความรู้ไม่แน่น แต่ผมอยากจบเร็วๆ เพื่อจะได้ไปสมัครสอบนักเรียนนายร้อยตำรวจ ตอนนั้นสถานที่ตั้งของโรงเรียนนายร้อยตำรวจยังอยู่ที่สนามกีฬาแห่งชาติ ไม่ใช่อยู่ที่สวนสามพรานอย่างตอนนี้
ในยุคนั้นเป็นยุคที่ท่านอธิบดีเผ่า (พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์) เป็นอธิบดีตำรวจ มีกฎอยู่ว่าคนที่จะสอบเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจได้จะไม่รับเอาคนนอก เด็กที่จบ ม.8 ได้ จะต้องสมัครเป็นพลตำรวจเสียก่อน 1 ปี เพื่อจะได้มีสิทธิ์สอบเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ ผมเลยมาสมัครเป็นพลตำรวจสันติบาลอยู่ 1 ปี เพื่อรอสอบนักเรียนนายร้อยตำรวจ แต่พอสอบได้ผมกลับไม่ได้เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ''

-ทำไมล่ะครับ?
+''โชคชะตาทำให้ผมไปเรียนอักษรศาสตร์ที่บอมเบย์ ประเทศอินเดีย ผมชอบวิชาปรัชญา วิชาอักษรศาสตร์ เทวะวิทยา ภาษาสันสกฤต เป็นสิ่งที่ผมต้องการศึกษา''
-ทราบมาว่าสมัยวัยรุ่นท่านก็เกเรเอาเรื่องเหมือนกัน?
+''ผมเป็นเด็กเกเรอยู่แถวสีลม ก่อนที่จะเข้าตำรวจลับ (สันติบาล) ก็เกกมะเหรกเกเรชกต่อยตีกันไปตามอารมณ์วัยรุ่น ตอนเป็นตำรวจลับเขาก็ส่งให้ไปอยู่ในที่ต่างๆ เป็นพนักงานประกันชีวิตบ้าง ก็เพื่อไปสืบอะไรบางอย่างตามแต่ผู้บังคับบัญชาจะสั่ง''
-ท่านเริ่มเขียนนิยายตั้งแต่เมื่อไหร่?
+ ''ตั้งแต่สมัยวัยรุ่นตอนอยู่ ม.6 แล้ว ''เห่าดง'' เป็นนิยายเรื่องแรก เขียนเล่นๆ ไว้ให้เพื่อนอ่านกันเอง ไม่ได้ตีพิมพ์ที่ไหน ตอนนั้นเพิ่งอายุ 16 เอง ไม่มีใครเขาพิมพ์ให้ จนกระทั่งมาเขียน ''จุฬาตรีคูณ'' ก็ไม่มีใครเขาพิมพ์ให้อีก ผมแต่งเสร็จก็เดินเร่ไปขายตามสำนักพิมพ์ต่างๆ ไปที่ไหนๆ เขาก็ไม่รับพิมพ์ ไม่รับและไม่ยอมอ่าน เขาไม่เชื่อเลยว่าเด็กวัยรุ่นอายุแค่ 16-17 จะเป็นคนแต่งเรื่องเพื่อพิมพ์เป็นนิยายได้''

-แล้วยังไงต่อครับ?
+''ตอนนั้นปี 2492 ผมแต่ง ''จุฬาตรีคูณ'' จบในปี 2491...ผมเป็นคนชอบฟังเพลงเลยเดินเข้าไปในกรมโฆษณาการ เจอกับพี่มัณฑนา โมรากุล ที่เคยรู้จักกันมาก่อน พี่มัณฑนาเลยพาไปรู้จักกับครูแก้ว (อัจฉริยะกุล) กับครูเอื้อ (สุนทรสนาน) ตอนนั้นครูแก้วมีคณะละครวิทยุแล้ว ท่านอ่านเรื่อง ''จุฬาตรีคูณ'' ของผมแล้วว่า เอ๊...นี่มันเรื่องเข้าท่านี่ แล้วครูแก้วก็เอาเรื่องของผมไปให้ครูเอื้อดู ครูเอื้อก็เห็นด้วยแล้วว่า เข

ดุสิตา29 มีนาคม 51 เวลา 02:41 น.


ความเห็นที่ 1
น่าสนใจมากครับ

ศิษย์น้องส.ธ. 25 มีนาคม 64 เวลา 23:21 น.
โปรดอ่าน ก่อนแสดงความเห็น
โปรดหลีกเลี่ยงการใช้หลายชื่อในห้องกระทู้ เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาในการเข้าบ้านคนรักสุนทราภรณ์ครั้งต่อไป