อ่านและตอบกระทู้

สมาชิกแสดงความคิดเห็น แจ้งข่าวสาร

1 ธ.ค. 2563
03532
เพลงพระราชนิพนธ์บนเว็บไซต์
จาก " โพสต์ทูเดย์ "
รายงานโดย :อัคร เกียรติอาจิณ: วันอังคารที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2551

“แดดรอนรอน เมื่อทินกรจะลับเหลี่ยมเมฆา ทอแสงเรืองอร่ามช่างงามตา ในนภาสลับจับอัมพร แดดรอนรอน เมื่อทินกรจะลาโลกไปไกล ยามนี้จำต้องพรากจากดวงใจ ไกลแสนไกลสุดห่วงยอดดวงตา

แต่ก่อนเคยคลอเคลียกัน ทุกวันคืนรื่นอุรา ต้องอยู่เดียวเปลี่ยววิญญาณ์ เหมือนดังนภาไร้ทินกร
แดดรอนรอน หากทินกรจะลาโลกไปไกล ความรักเราคงอยู่คู่กันไป ในหัวใจคงอยู่คู่เชยชม...”

ท่วงทำนองที่คุ้นหูแว่วมาแต่ไกล หลายคนคงพอจำกันได้ดีใช่ไหม ว่าเป็นอีกหนึ่งในบทเพลงพระราชนิพนธ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “ยามเย็น” ซึ่งยังตราตรึงใจชาวไทยอยู่มิรู้คลาย

นี่คือพระอัจฉริยภาพทางดนตรีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ อันประจักษ์แจ้งต่อสาธารณชน จนก่อเกิดเป็นแรงบันดาลใจสำหรับผู้ต้องการศึกษาค้นคว้าและสืบสานดนตรี

“...การดนตรีนี้เป็นศิลปะที่สำคัญอย่างหนึ่ง หรือในหมู่ศิลปะทั้งหลาย อาจจะพูดได้ว่าเป็นศิลปะที่สำคัญที่สุด อย่างน้อยสำหรับจิตใจของศิลปินนักดนตรีจะต้องเป็นเช่นนั้น เพราะว่าการดนตรีนี้เป็นศิลปะอย่างหนึ่งที่ถือได้ว่าเป็นศิลปะที่ทำให้เกิดความปีติ ความภูมิใจ ความยินดี ความพอใจได้มากที่สุด...”

พระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วาระโอกาสที่คณะกรรมการสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย เข้าเฝ้าฯ เมื่อวันพุธที่ 16 ธ.ค. พ.ศ. 2524



ดุสิตา9 ธันวาคม 51 เวลา 10:00 น.


โปรดอ่าน ก่อนแสดงความเห็น
โปรดหลีกเลี่ยงการใช้หลายชื่อในห้องกระทู้ เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาในการเข้าบ้านคนรักสุนทราภรณ์ครั้งต่อไป