อ่านและตอบกระทู้

สมาชิกแสดงความคิดเห็น แจ้งข่าวสาร

21 ก.ค. 2562
00448
ชีวิตคน-ชีวิตเพลง : นักร้องเสียงทอง
สันติ บุตรไชย

"มัณฑนา โมรากุล" นักร้องเสียงทองในอดีต สมาชิกวงดนตรีสุทราภรณ์ ยุคดึกดำบรรพ์ ระหว่าง พ.ศ.2482 - 2494 ปัจจุบันอายุกว่า 70 ปีแล้ว



เพลงของเธอเป็นที่ประทับใจ ของหนึ่งในจำนวนพี่สาวทั้งสอง ซึ่งนิยมขยับลูกคอร้องคลอตาม ขณะฟังเพลงของเธอผ่านวิทยุ โดยเฉพาะยามพี่สาวของผมคนนั้นอกหัก ผมได้ยินพี่สาวร้องเพลงหนึ่งก่อนจะทราบภายหลังว่า เป็นเพลงจังหวะวอลซ์ จังหวะที่นักเต้นรำชาวไทยนิยมใช้ในอดีต

เพลงนั้นคือ "ภาพลวงตา" เป็นฝีมือการแต่งทำนองแว่วหวานเรื่อยเจื้อย แต่ติดหูคนไทยยุคนั้นง่ายของ ครู เอื้อ สุนทรสนาน และ สำนวนการประดิษฐ์คำหวานโดย ครูแก้ว อัจฉริยะกุล ถึงผู้อ่านจะไม่คุ้นกับชื่อ และทำนองของเพลง หรือแม้กระทั่งชื่อคน แต่ลองพิจารณาความมีวรรณศิลป์ในคำร้อง

...

ยาม ข้างแรมฟ้าหม่น ฉันมองเบื้องบน มืดมนฤทัย

เพียง จะมองขวัญใจ มืดมัวทั่วไป เหมือน อะไรบังหน้า

หวล ถวิลอาวรณ์ ถึงรักครั้งก่อน ร้าวรอนวิญญา

คิด อยู่ทุกเวลา ทุกคืนตื่นตา ใฝ่หาอาลัย

ครวญ ด้วยใจใคล้คลั่ง ฟ้ามัวเมฆบัง ก็ยังคิดไป

ยาม เมื่อลมพริ้วไป พฤกษาแกว่งไกว ตา เห็นไปเป็นเธอ

โศก วิโยคถอดถอน รักคอยหลอกหลอน ต้องนอนละเมอ

โอ้..อนาถหวาดเผลอ ฉันคอยแต่เธอ หวังบำเรอรักใคร่

มอง ด้วยใจแสนเศร้า เห็นเพียงแต่เรา โศกเศร้าหัวใจ

ยาม หลับตาครั้งใด เห็นเธอร่ำไป ยิ้มยวนใจระรื่น

ครั้น เมื่อฉันลืมตา พบเธอตรง หน้าชักพาให้ชื่น

เห็น ยอดชู้มายืน นึกว่ากลับคืน โศกฝืนมองไป

มอง ยิ่งมองเหมือนว่า เห็นเธอเข้ามา ตื่นตาเร้าใจ

พอ เอื้อมมือคว้าใขว่ ลับเลือนวูบไป พาช้ำในวิญญา

สิ้น สวาทไม่สม หัวใจขื่นขม ต้องตรมน้ำตา

เฝ้า แต่เพรียกเรียกหา ขอให้กลับมา รักจะพาชู้ชื่น

...

ผมยอมรับว่าแรกๆ เพลงนี้ค่อนข้างยากเกินเข้าใจสำหรับผม แต่ผมยังคงฟังเพราะความเคยชินกับการได้ยินพี่สาว ใกล้ชิดร้องให้ฟังบ่อยๆ มาตั้งแต่เด็ก จนกระทั่งตัวเองได้ประสบการณ์ตรงกับตัวเอง จึงได้สัมผัสกับความรู้สึกลึกๆ กับบทเพลงของเธอ

"ผู้แพ้รัก" ผลงานบรมครูสำนวนซึ้งเจ้าเก่า ครูแก้ว อัจฉริยกุล บรรจงถ่ายทอดความรู้สึกกับบทกวี และมีบรม ครูเวส สุนทรจามร สอดใส่อารมณ์ละเมียดประดิษฐ์ท่วงทำนอง และมีเธอคนนี้ ถ่ายทอดความรู้สึกออกมา จนกลายเป็นอีกหนึ่งบทเพลงที่ผมประทับใจมากๆ

เธอมีรักใหม่ จึงได้หลงลืมรักเก่า จำได้หรือเปล่าเมื่อเรารักกัน

อันน้ำคำฉันจำได้มั่น แต่เธอสิพลัน ผันพรากไป

จึงเป็นผู้แพ้ก็ทน หลงพะวงอาลัย คู่คนใหม่ชนะนี่เล่า

ฉันไม่อาจชิงดี แพ้ด้วยมีอันเป็น จึงยากเย็นอับเฉา

บาปอะไรหนอพรากเรา ความทุกข์โศกไม่บรรเทา

จึงแสนเศร้าอับเฉาไป

ดวงใจหมองหม่นจำใจฝืนทนวิโยค อารมณ์ฉันโศกระกำช้ำใจ

เป็นเพราะเธอพบคู่คนใหม่ เธอจึงตัดใจทิ้งให้ตรม

จึงเป็นผู้แพ้ง่ายดาย ฉันไม่วายระทม สุดจะข่มให้หายไปได้

ฉันเคยปลอบวิญญา เช็ดน้ำตาให้เธอ เคยบำเรอปลอบใจ

นี่เธอลืมหรือว่าไร ความรักล่วงห่วงอาลัย

ยังฝันใฝ่อยู่ทุกคืน

...

สุ้มเสียงของเธอเล็ก แต่นุ่มนวลมีกังวาล ท่วงทีการร้องหลบเสียงยามขึ้นเสียงสูง แล้วเกลาเสียงกลับลงมาอย่างน่าฟัง ลีลาการเขย่าลูกคอปล่อยเสียงขึ้นจมูก กลายเป็นเทคนิคเสียงเสน่ห์ ที่ใครได้ยินต่อให้จำไม่ได้ แต่ก็ยากจะลืม

ศ.น.พ.พูนพิศ อมาตยกุล ยอดคุณหมอที่มีชื่อเสียงทางด้านการเขียนคอลัมน์ดนตรียุคเก่า บันทึกเอาไว้ในหนังสือลำนำแห่งสยามถึงกลุ่มนักร้องในยุคเดียวกันกับเธอในบท "แผ่นเสียงเพลงไทยสากลของนักร้องเสียงทอง มัณฑนา โมรากุล" ว่า ประกอบด้วย เพ็ญศรี พุ่มชูศรี, ชวลี ช่วงวิทย์ และ วินัย จุลบุษปะ

ตอนท้ายของบทเดียวกัน ศ.น.พ.พูนพิศ ยังบันทึกไว้ว่า

"... เพื่อนรักของผมคนหนึ่งคือคุณหมอธงชัย ฉัตรตรานนท์ ไปอยู่อเมริกาหลายปี ก็ยังฟังเพลงคุณมัฑนาไม่เบื่อ กลับมาเมืองไทยก็เลยชวนกันอนุรักษ์เสียงเพลงคุณมัณฑนา โดยเลือกเพลงที่ไม่มีในท้องตลาด ได้ราว 50 เพลง กรองออกจากแผ่นครั่งเก่า สปีด 78 มาทำใหม่เป็นแผ่นลองเพล์ได้สี่แผ่น และทำออกเป็นเทปตลับได้สี่ตลับเท่านั้น

พยายามที่จะให้ผู้รักเสียงคุณมัณฑนาได้ช่วยกันเก็บเสียงของเธอไว้กระจายไปทั่วแผ่นดินในรูปแผ่นเสียง เพราะเทปตลับนั้นไม่ทนทาน ใช้ได้ไม่กี่ทีก็ยืดจึงต้องเก็บเป็นแผ่น แถมพิมพ์ประวัติเพลงนี้ไว้เป็นหนังสือสวยงามด้วย จึงต้องเปิดจองให้ผู้รักเสียงคุณมัณฑนาได้สมัครเป็นสมาชิก ซึ่งจะทำเพียง 800 ชุดเท่านั้น หมดแล้วจะไม่ทำอีกเด็ดขาด เสียเงินแล้วต้องช่วยกันเก็บแผ่นไว้ให้

เทพกร บวรศิลป์27 ธันวาคม 45 เวลา 21:06 น.


โปรดอ่าน ก่อนแสดงความเห็น
โปรดหลีกเลี่ยงการใช้หลายชื่อในห้องกระทู้ เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาในการเข้าบ้านคนรักสุนทราภรณ์ครั้งต่อไป