อ่านและตอบกระทู้

สมาชิกแสดงความคิดเห็น แจ้งข่าวสาร

29 พ.ค. 2563
00467
กำเนิดเพลงชาติไทย บนรถรางชั้นหนึ่ง
กำเนิดเพลงชาติไทย บนรถรางชั้นหนึ่ง
ในระยะนี้มีข่าวเรื่องการเรียบเรียง เสียงประสานเพลง ชาติไทยเวอร์ชั่นใหม่ โดยจะมีนักร้องเพลงวัยรุ่นยอดนิยม เป็นผู้ขับร้อง ท่ามกลางกระแสคัดค้านจากผู้ที่มีจิตใจอนุรักษ์ นิยม
วันนี้เรามาย้อนประวัติย่อๆของ เพลงชาติไทยฉบับที่เราใช้ กันในปัจจุบันว่า ใครเป็นผู้แต่งทำนองและเรียบเรียงเสียง ประสานว่ามีความเป็นมาอย่างไร?
กำเนิดของเพลงชาติไทยนั้นผู้แต่งทำนองคือพระเจนดุริยางค์ ซึ่งคิดได้ในระหว่างรถรางไปสวนมิสกวันนี่เอง
ศาสตราจารย์พระเจนดุริยางค์ ชื่อจริงว่า ปิติ วาทยกร เกิดเมื่อวันที่ ๑๓ ก.ค. ๒๔๒๖ ที่ตำบลบ้านทวายเกือบถึง หัวถนนสาธรในปัจจุบันนี้
บิดาของท่านเป็นชาวอเมริกัน เชื้อชาติเยอรมัน หลังสงคราม กลางเมืองอเมริกาเสร็จสิ้นเมื่อปี ๒๔๑๐
ท่านเดินทางมาเที่ยวเมืองไทย ในฐานะนักท่องเที่ยวและ ผจญภัย และเกิดความรักแผ่นดินไทยมากขึ้นจึงหาหนทาง ตั้งรกราก บนแผ่นดินไทย จึงได้มาสมัครรับราชการเป็น ครูแตรวงในราชสำนักวังหน้า
ต่อมาถึงสมัยรัชกาลที่๕ จึงได้ย้ายสังกัดมาเป็นครูแตรวงทหารรักษาวังและทหารบก ส่วนมารดาของพระเจนฯเป็น คนไทยรามัญ ชื่อนางทองอยู่
เมื่อพระเจนฯอายุได้ ๗ ขวบเข้าเรียนที่ โรงเรียนอัสสัมชัญเข้าเรียนภาษาฝรั่งเศสก่อนแล้วเรียนภาษาอังกฤษ เรียนอยู่ ๑๑ ปีก็เป็นครูสอนภาษา ในโรงเรียนอัสสัมชัญนั่นเอง
จากนั้นได้ลาออกไปรับราชการ ในกรมรถไฟหลวง ได้รับราชทินนามว่า ขุนเจนรถรัฐ รับราชการอยู่ ๑๔ ปี
มาถึงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ทรงทราบว่า ท่านมีความรู้ทางด้านดนตรีมาก เพราะบิดาเป็นผู้เชี่ยวชาญดนตรีจากเยอรมันและ อเมริกาได้ถ่ายทอดวิชาให้อย่างเก่งฉกาจ ท่านจึงได้ย้ายมาอยู่กรม มหรสพ ในตำแหน่งผู้ช่วยปลัดกรมกองเครืองสายฝรั่งหลวงแห่งราชสำนัก ได้รับพระราชทินนามว่า พระเจนดุริยางค์
สมัยรัชกาลที่ ๗ เพลงไทยเดิมเริ่ม ได้รับการยอมรับมากขึ้น มีการวางหลักบันทึกเพลงไทยให้เป็นโน๊ตสากล
เพื่อทำหลักฐานไว้ภายภาคหน้า พระเจนดุริยางค์เป็นผู้วางหลักฐานการบันทึก ปี พ.ศ. ๒๔๗๐ ท่านได้รับเชิญให้ไป ปรับปรุงวงดุริยางค์ของทหารเรือ และเป็นที่มาของเพลงชาติไทย ซึ่งท่านได้บันทึกไว้ในสมุดบันทึกของท่านไว้ดังนี้
.....ระหว่างที่ข้าพเจ้าไปให้การอบรม แก่วงดนตรีทหารเรือราวปี ๒๔๗๔ ....ข้าพเจ้าได้พบกับนายทหารเรือชั้นผู้ใหญ่ คนหนึ่ง ขอร้องให้ข้าพเจ้าประพันธ์เพลงให้บทหนึ่ง ขอให้ทำนองเป็นเพลงที่มีความร็สึกคล้ายคลึง กับเพลงชาติฝรั่งเศส
....ข้าพเจ้าตอบไปว่า ไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ เพราะเพลงชาติที่มีชื่อว่า สรรเสริญพระบารมีของเรามีอยู่แล้ว
แต่เขาไม่ยอมจะให้ข้าพเจ้าแต่งขึ้นใหม่ให้จงได้....
....ข้าพเจ้าประวิงเวลาเรื่อยมา จนถึงวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ เพลงชาติที่เพื่อนทหารเรือของข้าพเจ้า ต้องการก็ยังมิได้ อุบัติขึ้น
....หลังจากการปฎิวัติ ๕ วันเพื่อนของข้าพเจ้าเป็นผู้ร่วมก่อการคนหนึ่ง ได้มาหาข้าพเจ้าที่สวนมิสกวัน
แสดงความเสียใจที่มิได้มี เพลงชาติสำหรับร้องในวันปฎิวัติ จึงขอร้องให้แต่งโดยด่วน การเมืองมาในรูปแบบนี้ข้าพเจ้า ปฏิเสธไม่ได้ จึงขอเวลา ๗วันและให้เขาปกปิดนามผู้แต่งด้วย
ระหว่าง ๗ วันนี้ข้าพเจ้ารู้สึก กระวนกระวายใจเป็นอย่างยิ่ง เพลงจึงคิดไม่ออกเพราะสมองหงุดหงิด เมื่อครบ ๗ วัน
เช้าหนึ่งข้าพเจ้าออกจากบ้าน ขึ้นรถรางประจำสายสุริวงค์ มาเปลี่ยนรถที่สี่แยก เอส.เอ.บี. เพื่อต่อสายใบพร
สี่เสาเทเวศน์
ขณะที่ข้าพเจ้านั่งอยู่บนรถรางชั้น๑ ทำนองเพลงก็บังเอิญปรากฎขึ้นมาในสมองข้าพเจ้าอย่างครบถ้วน
ข้าพเจ้าลงรถเมื่อถึงสวนมิสกวัน เข้าไปจดทำนองเพลงและทำสกอร์ทันที
นี่คือกำเนิดของเพลงชาติไทยซึ่งพระเจนดุริยางค์ คิดได้ขณะรถรางวิ่งมาจากเอส.เอ.บี.มาทางสะพานดำ ,ภูเขาทอง, นางเลิ้ง,เลี้ยงวังกรมหลวงชุมพร เลาะข้างทำเนียบนายกรัฐมาตรี ไปลงเอาหน้าสวนมิสกวัน อันเป็นที่ฝึกซ้อมของวงดนตรี เครื่องสายฝรั่งหลวง
ส่วนเนื้อร้องแต่แรก ทางราชการใช้เนื้อร้องของขุนวิจิตรมาตรา หรือท่าน ส.กาญจนาคพันธุ์ ภายหลังขุนหลวงสารานุ ประพันธ์ เขียนขึ้นใหม่ในนามกองทัพบกไทย ทางราชการจึงประกาศใช้จนถึงบัดนี้
(ข้อมูลเรื่องและภาพประกอบ จากนิยสารโลกดารา เขียนโดย สง่า อารัมภีร์)



สมศรี...ค่ะ10 มกราคม 46 เวลา 08:58 น.


โปรดอ่าน ก่อนแสดงความเห็น
โปรดหลีกเลี่ยงการใช้หลายชื่อในห้องกระทู้ เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาในการเข้าบ้านคนรักสุนทราภรณ์ครั้งต่อไป