อ่านและตอบกระทู้

สมาชิกแสดงความคิดเห็น แจ้งข่าวสาร

27 ก.พ. 2564
04961
หญิงเหล็ก"อติพร สุนทรสนาน เสนะวงศ์"เบื้องหลังความสำเร็จของวง“สุนทราภรณ์”ปีที่72
นับแต่ครูเอื้อ สุนทรสนาน หรือ “สุนทราภรณ์” หัวหน้าและผู้ก่อตั้งวงดนตรีสุนทราภรณ์ วงบิ๊กแบนด์ที่โด่งดังและเป็นที่รู้จักมากที่สุดของประเทศไทย เสียชีวิตลงในปี พ.ศ. 2524 ถัดจากนั้นผู้สืบสาน อติพร สุนทรสนาน เสนะวงศ์ ในทายาทเจ้าของและผู้อำนวยการวงดนตรีสุนทราภรณ์ และโรงเรียนสุนทราภรณ์ เป็นผู้อยู่เบื้องหลังในการขับเคลื่อนวงดนตรีบิ๊กแบนด์นี้แต่นั้นมา

คนในวัฒนธรรม ฉบับนี้พาไปรู้จักคุณ อติพร สุนทรสนาน เสนะวงศ์ บุตรสาวคนเดียวของครูเอื้อ และนางอาภรณ์ (กรรณสูต) สุนทรสนาน ปัจจุบันเธออายุ 64 ปี (เกิด 28 ธ.ค. 2490) เกริ่นถึงการขับเคลื่อนวงดนตรีสุนทราภรณ์ และเพลงสุนทราภรณ์ให้คงอยู่ท่ามกลางสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป มีส่วนทำให้วงดนตรีสุนทราภรณ์กลายมาเป็นวงบิ๊กแบนด์ที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทยที่ยังคงดำเนินงานต่อเนื่องมาจนถึงปีที่ 72 โดยที่ไม่เคยหยุดมอบความสุขให้กับชาวไทย และทำให้เพลงสุนทราภรณ์ยังติดตรึงอยู่ในหัวใจของชาวไทยแม้เวลาจะผ่านมากว่าครึ่งศตวรรษ

อติพร เล่าว่า หลังจากเข้ามาจับงานสุนทราภรณ์เต็มตัวได้เพียงไม่กี่ปี ก็เล็งเห็นถึงจุดด้อยของวงดนตรีสุนทราภรณ์ นั่นคือ ภาพลักษณ์ที่ดูเป็นเพลงของคนยุคเก่าและกลุ่มผู้ฟังที่เป็นผู้ใหญ่เท่านั้น ผลที่ตามมาคือเมื่อกลุ่มคนที่ชื่นชอบเพลงสุนทราภรณ์ซึ่งนับวันยิ่งมีแต่อายุมากขึ้นค่อยๆ หายไป เพลงสุนทราภรณ์จะถูกลืมเลือนไปด้วย ดั้งนั้น วิธีเดียวที่จะอนุรักษ์เพลงสุนทราภรณ์ให้คงอยู่ได้ต่อไปนั้น ต้องทำโดยส่งต่อเพลงสุนทราภรณ์ให้กับคนรุ่นใหม่

ในปี พ.ศ. 2542 จึงจัดตั้งโครงการ “คลื่นลูกใหม่สุนทราภรณ์” ขึ้น ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้เยาวชนที่มีใจรักในเพลง สุนทราภรณ์ให้เข้าเรียนร้องเพลงที่โรงเรียนสุนทราภรณ์การดนตรีโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ และหากคนใดมีพรสวรรค์ก็ได้สนับสนุนให้ออกงานร่วมกับวงดนตรีสุนทราภรณ์

โครงการนี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยในปัจจุบัน มีนักร้องในโครงการคลื่นลูกใหม่สุนทราภรณ์ถึงกว่า 20 คน ซึ่งถือเป็นหน้าเป็นตาและเป็นสีสันให้กับการแสดงของวงดนตรีสุนทราภรณ์ในปัจจุบันอย่างมาก เนื่องจากสไตล์การร้องเพลงด้วยลีลาที่สดใหม่ แต่ยังคงไว้ซึ่งเทคนิคการร้องเพลงสุนทราภรณ์ในแนวเดิม จนสามารถสร้างกลุ่มแฟนเพลงของตนเอง และยังช่วยจุดประกายให้เด็กรุ่นใหม่ที่พบเห็นพวกเขาสนใจเข้ามาสัมผัสกับเพลงสุนทราภรณ์ จนในขณะนี้ มีเยาวชนจำนวนมากมายเข้ามาศึกษาการร้องเพลงที่โรงเรียนสุนทราภรณ์

อติพรยังได้ปรับปรุงภาพลักษณ์ในด้านการแสดงของสุนทราภรณ์อื่นๆ เพื่อให้เข้ายุคสมัย อาทิ การจัดการแสดงที่มอบความบันเทิงเต็มรูปแบบและดูทันสมัยขึ้น ด้วยการสอดแทรกจินตลีลา การเต้นลีลาศ และรำไทยเข้าไป นอกเหนือจากการร้องเพลง จนทำให้วงดนตรีสุนทราภรณ์เป็นที่ต้องการ โดยในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา มีการแสดงคอนเสิร์ตและงานลีลาศอย่างต่อเนื่องทุกเดือน หลังจากที่เคยซึมเซาไปหลังจากครูเอื้อเสียชีวิตลง

ในปี พ.ศ. 2545 นอกเหนือจากการทำงานของวงดนตรีสุนทราภรณ์ และของโรงเรียนสุนทราภรณ์การดนตรีแล้ว อติพรยังผลักดันให้มีการจัดตั้งมูลนิธิสุนทราภรณ์ขึ้น ในฐานะองค์กรไม่หวังผลกำไรซึ่งมีเป้าหมายในการเผยแพร่เพลงสุนทราภรณ์ รวมถึงผลงานของครูเอื้อ สุนทรสนาน และศิลปินของสุนทราภรณ์ รวมถึงการทำงานด้านการกุศลต่างๆ มีท่านแก้วขวัญ วัชโรทัย เป็นประธาน และอติพรทำหน้าที่กรรมการและเลขานุการ

นับตั้งแต่ก่อตั้งมา มูลนิธิสุนทราภรณ์ได้จัดทำโครงการ กิจกรรม มีผลงานอันโดดเด่นมากมาย รวมถึงการประสานงานกับภาครัฐ เอกชน องค์กรและสถาบันการศึกษาต่างๆ ในการประชาสัมพันธ์ให้คนทั่วไปได้รับทราบถึงผลงานของเพลงสุนทราภรณ์ โดยมุ่งเน้นไปที่การเผยแพร่และอนุรักษ์ผลงานของวงดนตรีสุนทราภรณ์ในหลากหลายรูปแบบ อาทิ จัดแสดงคอนเสิร์ตต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น ฟรีคอนเสิร์ต “สุนทราภรณ์คืนถิ่นเดิมอัมพวา” เป็นประจำทุกเดือนมกราคม อันเป็นเดือนเกิดของครูเอื้อ ซึ่งเป็นชาวอัมพวาโดยกำเนิด และฟรีคอนเสิร์ต “ครบรอบการก่อตั้งวงดนตรีสุนทราภรณ์” ในเดือนพฤศจิกายนของทุกปี นอกจากนี้ ยังมีการเผยแพร่เพลงสุนทราภรณ์ในต่างประเทศ อาทิ การนำวงดนตรีสุนทราภรณ์ไปแสดง ณ สาธารณรัฐประชาชนลาว (พ.ศ. 2551 และ 2552) สหรัฐอเมริกา (พ.ศ. 2553) และสาธารณรัฐไต้หวัน (พ.ศ. 2554)

มูลนิธิฯ ยังได้ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาต่างๆ อาทิ มหาวิทยาลัยศรีปทุม มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตสนามจันทน์ และมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ในการจัดการประกวดร้องเพลงระดับเยาวชน และควบคู่ไปการนำนิทรรศการเผยแพร่งานของสุนทราภรณ์ไปจัดแสดง และร่วมมือกับศูนย์มานุษวิทยาสิริธรในการจัดงานสัมนาด้านวิชาการ อาทิ งานรวงทองวิชาการ การจัดทำมาสเตอร์คลาส (ปี พ.ศ. 2550) ฯลฯ รวมถึงการนำเพลงสุนทราภรณ์มาศึกษาอย่างละเอียดในงาน “สุนทราภรณ์วิชาการครั้งที่ 2 “จากคลาสสิกสู่คลาสสิก: เส้นทางของสุนทราภรณ์” (เดือนมิถุนายนปีนี้)

ในงานด้านวัฒนธรรม เธอกล่าวว่า มูลนิธิฯ ยังได้จัดสร้างรูปปั้นครูเอื้อ สุนทรสนาน พร้อมฐานจารึกประวัติของท่านไว้หน้าเวทีลีลาศที่สวนลุมพินี ถือเป็นศิลปินด้านดนตรีคนแรกที่มีรูปปั้นในสถานที่สาธารณะของประเทศไทย และในปี พ.ศ. 2552 ยังได้ทำการก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ส่วนตัวของท่าน “บ้านครูเอื้อ... อัมพวา” ซึ่งตั้งอยู่ภายในโครงการชัยพัฒนานุรักษ์ ตลาดน้ำอัมพวา อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม เพื่อจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว และเผยแพร่ประวัติผลงานของครูเอื้อ ซึ่งในปัจจุบันได้กลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของอัมพวา

ที่สำคัญที่สุด มูลนิธิฯ ยังได้ประสานงานกับกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งเป็นตัวแทนของรัฐบาลไทยในการเสนอชื่อครูเอื้อ สุนทรสนาน เข้าที่ประชุมขององค์การยูเนสโก ในโครงการเฉลิมฉลองบุคคลสำคัญและเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ จนทำให้ครูเอื้อเป็นศิลปินคนแรกของไทยและเอเชียที่ได้รับเลือกจากองค์การยูเนสโกให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกประจำปี 2553 ในด้านวัฒนธรรมดนตรีสากล ซึ่งเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในฐานะเมืองแห่งวัฒนธรรมเป็นอย่างมาก

จากผลงานที่กล่าวมานั้น จึงอาจกล่าวได้ว่า อติพร สุนทรสนาน เสนะวงศ์ มีบทบาทสำคัญในแวดวงวัฒนธรรมดนตรีไทยสากลในปัจจุบันเป็นอย่างมาก นอกจากจะมุ่งเน้นไปที่การอนุรักษ์เพลงสุนทราภรณ์ให้คงอยู่คู่กับสังคมไทยแล้ว เธอยังทำให้บทเพลงสุนทราภรณ์มีความร่วมสมัย และเข้าถึงได้ง่ายขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา จะเห็นได้ว่าปัจจุบัน เราสามารถเห็นเพลงสุนทราภรณ์ในสื่อต่างๆมากมาย อาทิ รายการเรียลลิตี้โชว์ชื่อดังอย่าง อคาเดมี่ แฟนเทเชีย หรือเดอะ เทรนเนอร์ ยังได้นำเพลงสุนทราภรณ์ไปใช้ในการประกวดร้องเพลง รวมถึงในรายการโทรทัศน์ที่มีชื่อเสียงอื่นๆ อาทิ รายการดนตรีกวีศิลป์ ทางช่องทีวีไทย และรายการคุณพระช่วย ทางช่อง 9 อสมท. และยังสามารถพบเห็นการแสดงคอนเสิร์ตของวงสุนทราภรณ์ในสถานที่สาธารณะต่างๆ อาทิ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำอย่างพาราไดส์ พาร์ค แฟชั่น ไอร์แลนด์ และสยามพารากอน เป็นต้น

มิเพียงเท่านั้น ยังสนับสนุนให้มีการสรรสร้างและตีความบทเพลงสุนทราภรณ์ในรูปแบบใหม่ๆ อยู่เสมอ เช่น ในปี พ.ศ. 2553 มอบลิขสิทธิ์เพลงให้นักศึกษา คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยพายัพ จังหวัดเชียงใหม่ จัดทำละครเพลงสุนทราภรณ์เรื่อง “ขอให้เหมือนเดิม” และในปี พ.ศ. 2554 มอบลิขสิทธิ์ให้นักศึกษาสาขาวิชาดนตรีสากล คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำผลงานเพลงสุนทราภรณ์ไปเรียบเรียงใหม่ในรูปแบบแจ๊ซ และจัดแสดงในงาน “สุขกันเถอะนาย#9” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในโครงการศิลปนิพนธ์ของนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ที่กำลังจะจบการศึกษา

เพื่อมิให้เพลงสุนทราภรณ์หยุดนิ่งอยู่กับที่ และเพื่อเผยแพร่เพลงสุนทราภรณ์ไปในกลุ่มผู้ฟังใหม่ๆ อาทิ ร่วมมือกับบริษัท เจเอสแอล โกลบอล มีเดีย จำกัด ในการจัดทำละครเพลง “กว่าจะรักกันได้ สุนทราภรณ์ เดอะ มิวสิคัล” (ปีพ.ศ. 2554) ร่วมมือกับบริษัทเมโทร แผ่นเสียง-เทป (1981) จัดทำอัลบั้มเพลงของนักร้องในโครงการคลื่นลูกใหม่สุนทราภรณ์ถึง 6 อัลบั้ม (อาทิ ชุดรื่นเริงสุขสันต์ ชุดสืบสานตำนานเพลง และชุดสดุดีคีตศิลปิน) และล่าสุด ร่วมมือกับมูลนิธิวงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพ ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ในการจัดทำอัลบั้ม BSO Plays Suntaraporn ซึ่งเป็นการคัดสรรเพลงสุนทราภรณ์เพื่อนำมาเรียบเรียงและบรรเลงโดยวงซิมโฟนี ออร์เคสตราชั้นแนวหน้าของประเทศไทย

นี่คือตัวอย่างผลงานของหญิงเหล็กผู้มุ่งมั่นสืบสานและสืบทอดตำนานดนตรีวงสุนทราภรณ์ของไทยให้คงอยู่ต่อไปตราบนานเท่านาน

ขอบคุณภาพและข่าวจาก "สยามรัฐ" 15 มิย.2554
นี่เลยเชิญ คลิก

ดุสิตา18 มิถุนายน 54 เวลา 02:05 น.


ความเห็นที่ 1
รบกวนสอบถามครับ ถ้าจะขออนุญาติใช้ทำนองเพลง รำวงร่วมมิตร ของสุนทราภรณ์ มาแต่งตำร้องใหให้ชมรมออกกำลังกาย ของเทศบาลเมืองกำแพงเพชร ทำได้ไหมครับ และจะต้องทำกนังสือขออนุญาต ที่ใครครับ ขอบคุณครับ

ผู้ถาม อฺ.พิทักษ์ บุณยะโอภาส
089 - 7021556

พิทักษ์ บุณยะโอภาส 089 - 7021555 15 มกราคม 64 เวลา 13:53 น.
ความเห็นที่ 2
รบกวนสอบถามครับ ถ้าจะขออนุญาติใช้ทำนองเพลง รำวงร่วมมิตร ของสุนทราภรณ์ มาแต่งคำร้องใหม่ให้ชมรมออกกำลังกาย สตรี ของเทศบาลเมืองกำแพงเพชร ทำได้ไหมครับ และจะต้องทำกนังสือขออนุญาต ที่ใครครับ ขอบคุณครับ

ผู้ถาม อฺ.พิทักษ์ บุณยะโอภาส
089 - 7021555

พิทักษ์ บุณยะโอภาส 089 - 7021555 15 มกราคม 64 เวลา 13:56 น.
โปรดอ่าน ก่อนแสดงความเห็น
โปรดหลีกเลี่ยงการใช้หลายชื่อในห้องกระทู้ เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาในการเข้าบ้านคนรักสุนทราภรณ์ครั้งต่อไป