อ่านและตอบกระทู้

สมาชิกแสดงความคิดเห็น แจ้งข่าวสาร

21 ก.ย. 2562
05438
''หนึ่งในดวงใจ'' สุดยอดเยี่ยมและสนุกเกินคาด
หลังจากจบละครในองก์ที่ 2 และผ่านช่วงแนะนำนักแสดงแล้ว “ซี” ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์ ขอให้ผู้ชมช่วยกันทำมาหากิน เพราะเก้าอี้มีไว้สำหรับ “คนชรา” เท่านั้น … ผู้ชมทุกวัยจึงพร้อมกันกลับไปเป็นคนหนุ่มสาวด้วยการลุกขึ้นร้องเพลง ปรบมือ โยกบ้างตามอัธยาศัย … “สุขกันเถอะเรา” เหล่านักแสดงหลักวิ่งลงมาร่วมสนุกสนานไปกับผู้ชมทางด้านล่าง

เชื่อว่าผู้ที่เคยชม “สุนทราภรณ์ เดอะมิวสิคัล” ในลำดับที่ 1 “กว่าจะรักกันได้” เมื่อมี “สอง” ขึ้นมาเป็นตัวเปรียบเทียบย่อมเกิดความลังเลในการตัดสินใจไปชม “หนึ่งในดวงใจ” เพราะกลัวว่า อาจจะไม่ดี ไม่สนุกและประทับใจเทียบเท่างานในลำดับแรก ไม่เฉพาะแต่ผูชมเท่านั้น แม้แต่ทางผู้ผลิตก็คิดหนักและเกร็งถึงขั้น “กดดัน” กับการทำงานชิ้นนี้เลยทีเดียว !!
ทว่า รอบพรีวิวเมื่อวันเสาร์ที่ 21 มกราคมซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของครูเอื้อ สุนทรสนาน ที่โรงละครเอ็มเธียเตอร์หลังพิสูจน์จากการชมแล้วก็สิ้นกังวล หายใจได้โล่งอกเพราะสนุกกว่าที่คิด รอยยิ้ม เสียงหัวเราะอันเกิดจากความสนุกสนานทุกๆ 2 - 3 นาทีตลอดเวลาเกือบ 3 ชั่วโมงที่ได้รับชมละครเรื่องนี้ทำให้ผู้ชมรู้สึกได้ถึงความเสมอกันของอรรถรสตลอดรวมถึงความประทับใจ ความอิ่มเอมในบทเพลงไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันแม้สักน้อย !!

ที่ “ไม่แน่ใจ” กับผลงานในลำดับ 2 เนื่องจากรายการต่างๆ ของเจเอสแอลที่นำเหล่านักแสดงหรือกูรูมาออกรายการนั้น ไม่ได้สร้างความเชื่อมั่นและชวนให้ติดตามละครเรื่องนี้เท่าที่ควรจะเป็น หรือแม้แต่ “หน้าใหม่” อย่าง “ซานิ” นิภาภรณ์ ฐิติธนการ ที่อยู่ในลุคแอ๊บแบ๊วตลอดเวลา รวมถึงการแต่งเนื้อแต่งตัวที่ไม่อาจสัมผัสได้ว่า “ย้อนยุค” (ตรงไหน !?) ส่วน AF คนอื่นๆ ผ่านละครเวทีมาหลายเรื่องซึ่งไม่น่าเป็นห่วง อีกคนคือ “ซี” ศิวัฒน์ แม้จะไม่เคยแสดงละครเวที แต่พื้นฐานการแสดงที่มีอยู่ในฐานะ “พระเอก” น่าจะปรับใช้ได้ไม่ยาก

ผลงานในลำดับแรกมี “จุฬาตรีคูณ” เป็นตัวเรียกแขก (ละครซ้อนละคร) เพราะว่ามีบทเพลงที่ไพเราะ ส่วนเนื้อหาทั้ง 2 เรื่อง ขายในเรื่อง “ความรัก” ของคนหนุ่มสาว

พล็อตเรื่องนี้ เปิดฉากในงานประกวดเทพีเหมันต์ปี 2509 ที่ทำให้สอง กลุ่มเพื่อนชายหญิงได้มาพบกัน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นความรักของหนุ่มสาว 2 คู่ นั่นคือ นักรบ(ซี)-รตี(ซานิ) และ ชาติชาย(ต้อล)-วาสนา(ฝ้าย) แต่ความรักครั้งนี้กลับกลายเป็นรักสามเส้าเมื่อนักรบ(ซี) ไปหลงรักวาสนา(ฝ้าย) แต่วาสนากลับไปรักกับชาติชาย(ต้อล) ในขณะที่ รตี(ซานิ) ก็แอบหลงรักนักรบตั้งแต่ครั้งแรก กระทั่งนักรบผิดหวังในความรักจากวาสนาจึงหนีไปเรียนต่อต่างประเทศ เมื่อกลับมาเมืองไทยนักรบ(ซี)ได้เจอกับรตี(ซานิ) ซึ่งได้แปลงร่างจากลูกเป็ดขี้เหร่เป็นสาวงามสะพรั่งทำให้นักรบตกหลุมรักทันที ซึ่งรตีก็มีใจเป็นทุนอยู่แล้วทั้งคู่จึงตัดสินใจคบหากัน แต่ความรักครั้งนี้ไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อทั้งคู่ถูกกีดกันจากครอบครัว เรื่องราวอลเวงจึงเกิดขึ้น

ถ้าดูแต่พล็อตอย่างเดียวก็จะเห็นว่า เป็นเรื่องราวที่แสนธรรมดามาก แต่เมื่อเอา “เพลง” ใส่เข้าไปตามฉากต่างๆก็ทำให้เรื่องธรรมดากลายเป็นความพิเศษขึ้นมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ เมื่อเอาเข้าจริงๆ ทุกคนก็ได้พิสูจน์แล้วว่า “เอาอยู่” !! ไม่เพียงแต่การแสดงเท่านั้น หากแต่ยังรวมถึงการร้องเพลงชั้นครูอย่างสุนทราภรณ์ด้วย ดังนั้น … จึงอาจจะกล่าวได้ว่า ผลงานในลำดับแรก แจ้งเกิด “อี๊ฟ” พุทธธิดา ศิระฉายา แต่คราวนี้แจ้งเกิด “ซี ศิวัฒน์ กับซานิ บนโลกของละครเวที โดยเฉพาะ “ซี ศิวัฒน์” ต้องบอกว่า เล่นได้ดีกว่าละครช่อง 7 สีด้วยซ้ำ

การเลือก “ซี ศิวัฒน์” อั๋น วัชระ แวววุฒินันท์ เคยเล่าให้ฟังว่า เห็นแววของ “ซี ศิวัฒน์” ตั้งแต่เป็นพระเอกละคร และในบางรายการที่ “ซี” ต้องร้องเพลงโชว์ ทำให้รู้ว่า ซีร้องเพลงได้ และไพเราะ เรื่องนี้ถูกบันทึกไว้ในความทรงจำมานาน จนกระทั่งเมื่อมีการเปลี่ยนตัวพิธีกร “จันทร์พันดาว”ของเจเอสแอล จาก “ป๋อ ณัฐวุฒิ” มาเป็น “ซี ศิวัฒน์” ก็ถือเป็นคนใกล้ตัวที่ตัดสินใจคุยทันที เมื่อต้องหาพระเอกที่ไม่ใช่นักร้องอาชีพ ซึ่งสอดคล้องกับความฝันและความตั้งใจของพระเอกหนุ่มที่อยากจะลองเล่น “ละครเวที” สักครั้งเพื่อพิสูจน์ความสามารถ

แต่เรื่องที่ “ซี ศิวัฒน์” คาดไม่ถึงก็คือ ละครเพลง และยังเป็นเพลงสุนทราภรณ์ที่ร้องยากและไม่คุ้นหูสำหรับเด็กรุ่นนี้เท่าใดนัก

เมื่อถูกซักซ้อมไประยะหนึ่งก็ทำให้รู้ “อั๋น วัชระ” รู้ว่า เลือกคนไม่ผิด !!

“ขณะที่ซีเป็นคนแสดงที่ร้องเพลงได้ และไม่ได้เป็นนักร้องอาชีพ กลายเป็นว่า ร้องเพลงแล้วได้อารมณ์ในด้านแอ็กติ้งของนักแสดงด้วย ตอนที่น้องในสตูดิโอ คือเขาต้องร้อง “คิดถึง” ขณะที่ “ซานิ” ต้องร้องเพลง “ลืมเสียเถิดอย่าคิดถึง” ซีสามารถบิวด์อารมณ์เพลงจนทำให้ซานิร้องไห้ได้ ในแง่อารมณ์มันได้เลย”

ละครย้อนยุคแทรก “ตลกสถานการณ์”
การเลือกผู้กำกับการแสดงอย่าง “เจี๊ยบ” วัชระ ปานเอี่ยม ทำให้มุกของละครไหลลื่น และอารมณ์ดีตลอดทั้งเรื่อง ทั้งยังมีการสอดแทรก “ตลกสถาการณ์” เข้าไว้เป็นระยะ เพื่อเรียกอารมณ์ครื้นเครง เช่น

“ไอ้รบมันทำหน้าเหมือนหมาโดนเจ้าของทิ้งตอนน้ำท่วม”
“วันพุธชุดแดง - - แล้วนี่เหลืองไปหรือป่าว”
“ว่าวจุฬามีนะจ๊ะ ว่าวธรรมศาสตร์ไม่มีจ้า น้ำท่วม !!
“อาสาสมัครกู้ภัยหัวใจ”
“พ่อเดี๋ยวนี้คนมาทำอะไรที่สนามบินเยอะแยะเลยล่ะพ่อ // เค้าคงมารอรับญาติมั้ง // ดูจากหน้าตาแล้วไม่น่าเป็นญาตินะ”
“ขอเสียงปูหน่อยค่ะ - - เอาอยู่ค่ะ” (เพลงไพรพิสดาร)
“หลงทางเสียเวลา หลงติดป่าเสียงบประมาณ นี่เราพูดอะไรออกไปเนี่ย เดี๋ยวเค้าก็ให้ย้ายไปอยู่หลักสี่หรอก”

สุนทราภรณ์เหมาะกับละคร
โครงสร้างทางดนตรีของสุนทราภรณ์นั้นถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เล่นและบรรเลงกับวงบิ๊กแบนด์ และเมื่อใดที่เพลงเหล่านี้ถูกนำไปถ่ายทอดในแบบ “ออร์เคสตา” ก็จะเห็นความจริงในข้อนี้ (ดังกรณี BSO Play Suntaraporn ควบคุมวงโดย นรอรรถ จันทร์กล่ำ) ครูเพลงรุ่นเก่า เมื่อใส่คำร้องที่ประพันธ์ในเชิงอุปมาอุปไมย ในหนึ่งบทเพลง ถ้าพิจารณาคำร้องก็จะเห็นว่า มีการตั้งคำถามซึ่งนำไปสู่คำตอบและบทสรุปต่อเรื่องนั้นๆ พูดง่ายๆว่า มีที่มา-ที่ไป อีกทั้งบทเพลงที่เป็นภาษาเชิงกวีนั้น ทำให้เกิด “จินตนาการ” สามารถคิดต่อไปได้ไกลกว่าเพลงรักในยุคสังคมเร่งรีบอย่างวันนี้

หลายเพลงซึ่งเป็นเพลงที่ใช้ร้องคนเดียว เมื่อมองในรายละเอียดกลับพบว่า “บางท่อน” ที่แสดงอารมณ์ซึ่งขัดแย้งหรือแตกต่างนั้นสามารถนำมาใช้กับการแสดงได้อย่างกลมกลืน เพราะเพลงสุนทราภรณ์มีความเป็น “ดรามา” สูง

สำหรับละครเรื่อง “หนึ่งในดวงใจ สุนทราภรณ์ เดอะมิวสิคัล” นี้ เมื่อนำเพลง “คิดถึง” มาสลับท่อนกับ “ลืมเสียเถิดอย่าคิดถึง ก็ไปด้วยกันได้อย่างสวยและสง่างาม (อาจจะแปลงเนื้อบางคำ เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับละคร) หรืออย่างเพลง “กังวลรัก” ในเนื้อเดิม เมื่อแยกท่อน ก็สามารถนำไปใช้กับอารมณ์ของตัวละครที่แตกต่างกันได้อย่างกลมกลืน กระทั่งเพลงที่ถูกแปลงทั้งฉบับจากคำร้องเดิมในเพลง “บ่าวสาวรำวง” ให้เป็นเพลง “ปะทะ - ชวนทะเลาะ” ก็กลายเป็นเพลงสนุกได้อย่างเหลือเชื่อ

คลิปในบทเพลงส่วนหนึ่ง ย่อมพิสูจน์ “ความจริง” ข้อนี้ได้เป็นอย่างดี

“หนึ่งในดวงใจ สุนทราภรณ์ เดอะมิวสิคัล” จัดแสดงจริง ตั้งแต่ทุกวันศุกร์ (19.30 น.) และวันเสาร์ - อาทิตย์ (รอบ 14.00 น.) ระหว่างวันที่ 27 มกราคม - 12 กุมภาพันธ์ ที่โรงละครเอ็มเธียเตอร์ บัตรราคา 2,500 - 1,000 บาท จำหน่ายบัตรที่ Thaiticketmajor Fmi. 0-2262-3456

ขอบคุณภาพและข่าวจาก "ผู้จัดการ" 26 มกราคม 2555
หลังจากจบละครในองก์ที่ 2 และผ่านช่วงแนะนำนักแสดงแล้ว “ซี” ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์ ขอให้ผู้ชมช่วยกันทำมาหากิน เพราะเก้าอี้มีไว้สำหรับ “คนชรา” เท่านั้น … ผู้ชมทุกวัยจึงพร้อมกันกลับไปเป็นคนหนุ่มสาวด้วยการลุกขึ้นร้องเพลง ปรบมือ โยกบ้างตามอัธยาศัย … “สุขกันเถอะเรา” เหล่านักแสดงหลักวิ่งลงมาร่วมสนุกสนานไปกับผู้ชมทางด้านล่าง

เชื่อว่าผู้ที่เคยชม “สุนทราภรณ์ เดอะมิวสิคัล” ในลำดับที่ 1 “กว่าจะรักกันได้” เมื่อมี “สอง” ขึ้นมาเป็นตัวเปรียบเทียบย่อมเกิดความลังเลในการตัดสินใจไปชม “หนึ่งในดวงใจ” เพราะกลัวว่า อาจจะไม่ดี ไม่สนุกและประทับใจเทียบเท่างานในลำดับแรก ไม่เฉพาะแต่ผูชมเท่านั้น แม้แต่ทางผู้ผลิตก็คิดหนักและเกร็งถึงขั้น “กดดัน” กับการทำงานชิ้นนี้เลยทีเดียว !!
ทว่า รอบพรีวิวเมื่อวันเสาร์ที่ 21 มกราคมซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของครูเอื้อ สุนทรสนาน ที่โรงละครเอ็มเธียเตอร์หลังพิสูจน์จากการชมแล้วก็สิ้นกังวล หายใจได้โล่งอกเพราะสนุกกว่าที่คิด รอยยิ้ม เสียงหัวเราะอันเกิดจากความสนุกสนานทุกๆ 2 - 3 นาทีตลอดเวลาเกือบ 3 ชั่วโมงที่ได้รับชมละครเรื่องนี้ทำให้ผู้ชมรู้สึกได้ถึงความเสมอกันของอรรถรสตลอดรวมถึงความประทับใจ ความอิ่มเอมในบทเพลงไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันแม้สักน้อย !!

ที่ “ไม่แน่ใจ” กับผลงานในลำดับ 2 เนื่องจากรายการต่างๆ ของเจเอสแอลที่นำเหล่านักแสดงหรือกูรูมาออกรายการนั้น ไม่ได้สร้างความเชื่อมั่นและชวนให้ติดตามละครเรื่องนี้เท่าที่ควรจะเป็น หรือแม้แต่ “หน้าใหม่” อย่าง “ซานิ” นิภาภรณ์ ฐิติธนการ ที่อยู่ในลุคแอ๊บแบ๊วตลอดเวลา รวมถึงการแต่งเนื้อแต่งตัวที่ไม่อาจสัมผัสได้ว่า “ย้อนยุค” (ตรงไหน !?) ส่วน AF คนอื่นๆ ผ่านละครเวทีมาหลายเรื่องซึ่งไม่น่าเป็นห่วง อีกคนคือ “ซี” ศิวัฒน์ แม้จะไม่เคยแสดงละครเวที แต่พื้นฐานการแสดงที่มีอยู่ในฐานะ “พระเอก” น่าจะปรับใช้ได้ไม่ยาก

ผลงานในลำดับแรกมี “จุฬาตรีคูณ” เป็นตัวเรียกแขก (ละครซ้อนละคร) เพราะว่ามีบทเพลงที่ไพเราะ ส่วนเนื้อหาทั้ง 2 เรื่อง ขายในเรื่อง “ความรัก” ของคนหนุ่มสาว

พล็อตเรื่องนี้ เปิดฉากในงานประกวดเทพีเหมันต์ปี 2509 ที่ทำให้สอง กลุ่มเพื่อนชายหญิงได้มาพบกัน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นความรักของหนุ่มสาว 2 คู่ นั่นคือ นักรบ(ซี)-รตี(ซานิ) และ ชาติชาย(ต้อล)-วาสนา(ฝ้าย) แต่ความรักครั้งนี้กลับกลายเป็นรักสามเศร้าเมื่อนักรบ(ซี) ไปหลงรักวาสนา(ฝ้าย) แต่วาสนากลับไปรักกับชาติชาย(ต้อล) ในขณะที่ รตี(ซานิ) ก็แอบหลงรักนักรบตั้งแต่ครั้งแรก กระทั่งนักรบผิดหวังในความรักจากวาสนาจึงหนีไปเรียนต่อต่างประเทศ เมื่อกลับมาเมืองไทยนักรบ(ซี)ได้เจอกับรตี(ซานิ) ซึ่งได้แปลงร่างจากลูกเป็ดขี้เหร่เป็นสาวงามสะพรั่งทำให้นักรบตกหลุมรักทันที ซึ่งรตีก็มีใจเป็นทุนอยู่แล้วทั้งคู่จึงตัดสินใจคบหากัน แต่ความรักครั้งนี้ไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อทั้งคู่ถูกกีดกันจากครอบครัว เรื่องราวอลเวงจึงเกิดขึ้น

ถ้าดูแต่พล็อตอย่างเดียวก็จะเห็นว่า เป็นเรื่องราวที่แสนธรรมดามาก แต่เมื่อเอา “เพลง” ใส่เข้าไปตามฉากต่างๆก็ทำให้เรื่องธรรมดากลายเป็นความพิเศษขึ้นมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ เมื่อเอาเข้าจริงๆ ทุกคนก็ได้พิสูจน์แล้วว่า “เอาอยู่” !! ไม่เพียงแต่การแสดงเท่านั้น หากแต่ยังรวมถึงการร้องเพลงชั้นครูอย่างสุนทราภรณ์ด้วย ดังนั้น … จึงอาจจะกล่าวได้ว่า ผลงานในลำดับแรก แจ้งเกิด “อี๊ฟ” พุทธธิดา ศิระฉายา แต่คราวนี้แจ้งเกิด “ซี ศิวัฒน์ กับซานิ บนโลกของละครเวที โดยเฉพาะ “ซี ศิวัฒน์” ต้องบอกว่า เล่นได้ดีกว่าละครช่อง 7 สีด้วยซ้ำ

การเลือก “ซี ศิวัฒน์” อั๋น วัชระ แวววุฒินันท์ เคยเล่าให้ฟังว่า เห็นแววของ “ซี ศิวัฒน์” ตั้งแต่เป็นพระเอกละคร และในบางรายการที่ “ซี” ต้องร้องเพลงโชว์ ทำให้รู้ว่า ซีร้องเพลงได้ และไพเราะ เรื่องนี้ถูกบันทึกไว้ในความทรงจำมานาน จนกระทั่งเมื่อมีการเปลี่ยนตัวพิธีกร “จันทร์พันดาว”ของเจเอสแอล จาก “ป๋อ ณัฐวุฒิ” มาเป็น “ศี ศิวัฒน์” ก็ถือเป็นคนใกล้ตัวที่ตัดสินใจคุยทันที เมื่อต้องหาพระเอกที่ไม่ใช่นักร้องอาชีพ ซึ่งสอดคล้องกับความฝันและความตั้งใจของพระเอกหนุ่มที่อยากจะลองเล่น “ละครเวที” สักครั้งเพื่อพิสูจน์ความสามารถ

แต่เรื่องที่ “ซี ศิวัฒน์” คาดไม่ถึงก็คือ ละครเพลง และยังเป็นเพลงสุนทราภรณ์ที่ร้องยากและไม่คุ้นหูสำหรับเด็กรุ่นนี้เท่าใดนัก

เมื่อถูกซักซ้อมไประยะหนึ่งก็ทำให้รู้ “อั๋น วัชระ” รู้ว่า เลือกคนไม่ผิด !!

“ขณะที่ซีเป็นคนแสดงที่ร้องเพลงได้ และไม่ได้เป็นนักร้องอาชีพ กลายเป็นว่า ร้องเพลงแล้วได้อารมณ์ในด้านแอ็กติ้งของนักแสดงด้วย ตอนที่น้องในสตูดิโอ คือเขาต้องร้อง “คิดถึง” ขณะที่ “ซานิ” ต้องร้องเพลง “ลืมเสียเถิดอย่าคิดถึง” ซีสามารถบิวด์อารมณ์เพลงจนทำให้ซานิร้องไห้ได้ ในแง่อารมณ์มันได้เลย”

ละครย้อนยุคแทรก “ตลกสถานการณ์”
การเลือกผู้กำกับการแสดงอย่าง “เจี๊ยบ” วัชระ ปานเอี่ยม ทำให้มุกของละครไหลลื่น และอารมณ์ดีตลอดทั้งเรื่อง ทั้งยังมีการสอดแทรก “ตลกสถาการณ์” เข้าไว้เป็นระยะ เพื่อเรียกอารมณ์ครื้นเครง เช่น

“ไอ้รบมันทำหน้าเหมือนหมาโดนเจ้าของทิ้งตอนน้ำท่วม”
“วันพุธชุดแดง - - แล้วนี่เหลืองไปหรือป่าว”
“ว่าวจุฬามีนะจ๊ะ ว่าวธรรมศาสตร์ไม่มีจ้า น้ำท่วม !!
“อาสาสมัครกู้ภัยหัวใจ”
“พ่อเดี๋ยวนี้คนมาทำอะไรที่สนามบินเยอะแยะเลยล่ะพ่อ // เค้าคงมารอรับญาติมั้ง // ดูจากหน้าตาแล้วไม่น่าเป็นญาตินะ”
“ขอเสียงปูหน่อยค่ะ - - เอาอยู่ค่ะ” (เพลงไพรพิสดาร)
“หลงทางเสียเวลา หลงติดป่าเสียงบประมาณ นี่เราพูดอะไรออกไปเนี่ย เดี๋ยวเค้าก็ให้ย้ายไปอยู่หลักสี่หรอก”

สุนทราภรณ์เหมาะกับละคร
โครงสร้างทางดนตรีของสุนทราภรณ์นั้นถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เล่นและบรรเลงกับวงบิ๊กแบนด์ และเมื่อใดที่เพลงเหล่านี้ถูกนำไปถ่ายทอดในแบบ “ออร์เคสตา” ก็จะเห็นความจริงในข้อนี้ (ดังกรณี BSO Play Suntaraporn ควบคุมวงโดย นรอรรถ จันทร์กล่ำ) ครูเพลงรุ่นเก่า เมื่อใส่คำร้องที่ประพันธ์ในเชิงอุปมาอุปไมย ในหนึ่งบทเพลง ถ้าพิจารณาคำร้องก็จะเห็นว่า มีการตั้งคำถามซึ่งนำไปสู่คำตอบและบทสรุปต่อเรื่องนั้นๆ พูดง่ายๆว่า มีที่มา-ที่ไป อีกทั้งบทเพลงที่เป็นภาษาเชิงกวีนั้น ทำให้เกิด “จินตนาการ” สามารถคิดต่อไปได้ไกลกว่าเพลงรักในยุคสังคมเร่งรีบอย่างวันนี้

หลายเพลงซึ่งเป็นเพลงที่ใช้ร้องคนเดียว เมื่อมองในรายละเอียดกลับพบว่า “บางท่อน” ที่แสดงอารมณ์ซึ่งขัดแย้งหรือแตกต่างนั้นสามารถนำมาใช้กับการแสดงได้อย่างกลมกลืน เพราะเพลงสุนทราภรณ์มีความเป็น “ดรามา” สูง

สำหรับละครเรื่อง “หนึ่งในดวงใจ สุนทราภรณ์ เดอะมิวสิคัล” นี้ เมื่อนำเพลง “คิดถึง” มาสลับท่อนกับ “ลืมเสียเถิดอย่าคิดถึง ก็ไปด้วยกันได้อย่างสวยและสง่างาม (อาจจะแปลงเนื้อบางคำ เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับละคร) หรืออย่างเพลง “กังวลรัก” ในเนื้อเดิม เมื่อแยกท่อน ก็สามารถนำไปใช้กับอารมณ์ของตัวละครที่แตกต่างกันได้อย่างกลมกลืน กระทั่งเพลงที่ถูกแปลงทั้งฉบับจากคำร้องเดิมในเพลง “บ่าวสาวรำวง” ให้เป็นเพลง “ปะทะ - ชวนทะเลาะ” ก็กลายเป็นเพลงสนุกได้อย่างเหลือเชื่อ

คลิปในบทเพลงส่วนหนึ่ง ย่อมพิสูจน์ “ความจริง” ข้อนี้ได้เป็นอย่างดี

“หนึ่งในดวงใจ สุนทราภรณ์ เดอะมิวสิคัล” จัดแสดงจริง ตั้งแต่ทุกวันศุกร์ (19.30 น.) และวันเสาร์ - อาทิตย์ (รอบ 14.00 น.) ระหว่างวันที่ 27 มกราคม - 12 กุมภาพันธ์ ที่โรงละครเอ็มเธียเตอร์ บัตรราคา 2,500 - 1,000 บาท จำหน่ายบัตรที่ Thaiticketmajor Fmi. 0-2262-3456

ขอบคุณภาพและข่าว จาก ผู้จัดการ 26 มกราคม 2555

นี่เลยเชิญ คลิก

ดุสิตา27 มกราคม 55 เวลา 06:48 น.


โปรดอ่าน ก่อนแสดงความเห็น
โปรดหลีกเลี่ยงการใช้หลายชื่อในห้องกระทู้ เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาในการเข้าบ้านคนรักสุนทราภรณ์ครั้งต่อไป