วันศุกร์ ที่ 21 พฤศจิกายน 51
ประมวลภาพพิธีเปิดอนุสรณ์สถานครูเอื้อ สุนทรสนาน ณ สวนลุมพินี...20 พฤศจิกายน 2545
คลิกที่นี่ เพื่อส่งภาพและข้อความ

ภาพพิธีเปิด "อนุสรณ์สถาน ครูเอื้อ สุนทรสนาน"
ในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2545
ครบรอบ 63 ปี วงสุนทราภรณ์


1. กังหันลม




2. กังหันลม




3. กังหันลม




4. กังหันลม




5. กังหันลม




6. กังหันลม




7. กังหันลม




8. กังหันลม




9. กังหันลม

คอลัมน์ - บังอบายเบิกฟ้า
อนุสรณ์สถานสุนทราภรณ์ : คีตกวี เอื้อ สุนทรสนาน
ฉบับประจำวันที่ 24 พฤศจิกายน 2545 กองบรรณาธิการ

20 พฤศจิกายน 2545 วันรุ่งขึ้นจากวันลอยกระทง คือ วันเปิดอนุสรณ์สถานสุนทราภรณ์ ณ สวนลุมพินี กรุงเทพฯ และเป็นวันครบรอบ 63 ปี วงดนตรีสุนทราภรณ์

ผู้เขียนรู้สึกยินดีที่ครูเอื้อ สุนทรสนาน หรือ สุนทราภรณ์ ศิลปินนักร้องนักแต่งเพลงคนสำคัญ ผู้ซึ่งถึงอนิจกรรมก่อนที่จะมีการเชิดชูเกียรติว่าเป็นศิลปินแห่งชาติ (เพราะขณะนั้นยังไม่มีการริเริ่มให้มีสถานะดังกล่าว) ซึ่งบัดนี้ ครูเอื้อได้มีอนุสรณ์สถานของตนขึ้นโดยความดำริและการดำเนินการของกรุงเทพมหานครกับครอบครัวสุนทราภรณ์ และผู้นิยมชมชอบสุนทราภรณ์ทั้งหลาย

อนุสรณ์สถานดังกล่าวเป็นสัญลักษณ์แห่งความเจริญอย่างหนึ่งของเมือง ความรุ่งเรืองของวัฒนธรรม และการให้เกียรติแก่ผู้รังสรรค์งานศิลปะ โดยที่ศิลปะนั้นก็ยังอยู่ในใจเรา อันที่จริงสิ่งซึ่งชวนรำลึกถึงสุนทราภรณ์และเป็นสื่อถึงกัน อย่างแรกและประชาชนเข้าถึงได้ง่ายที่สุด คือ เพลงสุนทราภรณ์ที่ยังไพเราะและให้ความสุขความบันเทิงใจนั่นเอง นอกจากนั้น คือ ผลงานและบรรดาสิ่งของเครื่องใช้ของครูเอื้อ สุนทรสนาน ที่กรมศิลปากรร่วมกับทายาทครูเอื้อ จัดตั้งเป็นห้องสมุดโสตทัศนวัสดุสุนทราภรณ์ ที่หอสมุดแห่งชาติ กรุงเทพฯ ตั้งแต่ พ.ศ. 2526 ซึ่งโดยอย่างหลังเหมาะแก่ผู้ต้องการศึกษาค้นคว้าลึกลงไป แน่นอนสิ่งที่ไม่อาจลืมได้ว่าเป็นอนุสรณ์สำคัญ นั่นคือ วงดนตรีสุนทราภรณ์ แม้ว่าวันนี้จะปราศจากครูเอื้อควบคุมวงหรืออำนวยเพลง บรรดานักร้องนักดนตรีจะทันรุ่นครูเอื้อบ้างหรือเป็นผู้เกิดใหม่บ้าง ตราบที่เขามีจิตใจรักและสืบทอดพัฒนาสิ่งที่สุนทราภรณ์เคยสร้างสรรค์และมอบให้ไว้ สุนทราภรณ์ในลักษณะองค์รวมและจิตวิญญาณ ย่อมทรงคุณค่าอย่างยิ่ง

เฉพาะเกียรติคุณที่ครูเอื้อ สุนทรสนาน ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยวาระต่างๆ กัน คือ
5 ธันวาคม 2497 วันพระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์
20 พฤศจิกายน 2502 พระราชทานเพลงไตเติลในโอกาสครบรอบ 20 ปีสุนทราภรณ์วงดนตรีได้อัญเชิญมาบรรเลงจวบจนปัจจุบัน
20 พฤศจิกายน 2507 ครบรอบ 25 ปี วงดนตรีสุนทราภรณ์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นักร้องนักดนตรีนักแต่งเพลง เข้าเฝ้าฯ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ทรงเจิมหัวหน้าวง (ครูเอื้อ) และทรงพระสุหร่ายพระราชทานนักดนตรี นักร้อง และนักแต่งเพลงทุกคน
6 เมษายน 2509 เนื่องในวาระครบรอบวันสังขีตมงคล 2 ทศวรรษ เพลงพระราชนิพนธ์ ครูเอื้อได้ร่วมแสดงความเป็นมาของเพลงพระราชนิพนธ์ กับ ม.จ.จักรพันธุ์เพ็ญศิริ จักรพันธุ์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จฯ เข้าร่วมในการเสวนาครั้งนี้ด้วย
20 พฤศจิกายน 2512 ครบรอบ 30 ปี วงดนตรีสุนทราภรณ์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นักดนตรี นักร้อง นักแต่งเพลง และนักเรียนโรงเรียนสุนทราภรณ์การดนตรี เข้าเฝ้าฯ ร่วม 200 คน ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชทานพระบรมราโชวาท และพระราชทานเสมาทองคำพระปรมาภิไธยย่อ ภ.ป.ร. แก่ครูเอื้อ
พ.ศ. 2515 รับพระราชทานแผ่นเสียงทองคำประจำปี
พ.ศ. 2517 รับเลือกตั้งเป็นนายกสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
พ.ศ. 2518 รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตติจุลจอมเกล้าวิเศษ
พ.ศ. 2524 รับพระราชทานโล่เกียรติยศในฐานะศิลปินตัวอย่าง

10. กังหันลม

อันที่จริง ความจงรักภักดีของครูเอื้อต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ย่อมมีอยู่สูง และครูเอื้อมีโอกาสเข้าเฝ้าฯ ครั้งสุดท้าย เมื่อพฤศจิกายน 2523 ได้ร้องเพลงพรานทะเลถวาย ส่วนเพลงสุดท้ายที่ครูเอื้อแต่งไว้ คือ พระเจ้าทั้งห้า ตามเนื้อร้องเราจะเห็นว่าเขาได้เทิดทูนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นหนึ่งในพระเจ้าทั้งห้านั่นเอง อย่างไรก็ดี ถ้าจะศึกษาถ้อยคำจากปากครูเอื้อที่สะท้อนความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ คำกล่าวทางทีวีรายการ 30 ปีสุนทราภรณ์ น่าเป็นประจักษ์พยานและน่าน้อมใจศึกษามาก ครูเอื้อกล่าวว่า

"พระมหากรุณาธิคุณที่ผมและวงดนตรีได้รับพระราชทานมานี้ ไม่มีทางใดที่จะใช้เป็นมาตรที่จะวัด หรือคำนวณความใหญ่หลวงได้ เพราะว่าพระมหากรุณาธิคุณที่หลั่งพระราชทานมานั้นยิ่งใหญ่และพรั่งพร้อม

ประการแรก เป็นพระมหากรุณาในฐานะองค์พระประมุขแห่งชาติและของชาวไทย ประการที่สอง เป็นพระมหากรุณาที่พระราชทานเป็นส่วนพระองค์ ประการที่สาม เป็นพระมหากรุณาธิคุณที่พระราชทานในฐานะที่กระผมเป็นศิลปินนักดนตรี และประการสุดท้าย ในฐานะที่กระผมเป็นข้าใต้เบื้องพระบาท ซึ่งผมเชื่อว่าจะไม่มีพระมหากษัตริย์องค์ใดที่ทรงพระกรุณานักดนตรีที่ต่ำต้อยเช่นอย่างกระผมเท่านี้เช่นนี้ จึงเป็นพระมหากรุณาที่แม้ผมหรือนักดนตรีในวงนี้ จะได้ตายแล้วเกิดใหม่อีกสักกี่ชาติ เราก็จะหาทางสนองพระมหากรุณาธิคุณให้สาสมใจได้

แม้เพียงเมื่อเช้านี้ ก็ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กระผมและนักดนตรีเฝ้าฯ พระราชทานพรและพระราชทานน้ำสังข์ ทำให้กระผมปลื้มปีติอย่างสุดที่จะพรรณนาได้ ผมรู้สึกว่าหยาดน้ำสังข์ที่หลั่งมาบนหัวนั้น ได้ไหลซึมเข้ามาสู่ดวงใจของกระผม จนกระทั่งแทบจะหายใจไม่ออกด้วยความตื้นตันใจ และพระราชกระแสรับสั่งและพรที่พระราชทานก็เช่นกัน ก้องเข้ามาในหู มากังวาลอยู่ในสมองอย่างที่ในชีวิตนี้มิมีทางเสื่อมเสียงกังวาลได้

ผมและชาวคณะสุนทราภรณ์ทุกคน ถือว่านอกจากเราจะได้รับพระราชทานพรจากพระมหาราชที่ยิ่งใหญ่ด้วยพระบารมีคุณแล้ว กระผมยังรู้สึกว่าได้รับพระราชทานพรจากนักดนตรีที่ยิ่งใหญ่ ที่เราบูชา บูชาทั้งพระกรุณาธิคุณ พระเกียรติคุณ บูชาน้ำพระราชหฤทัยและบูชาฝีพระหัตถ์ในเชิงนักดนตรี ซึ่งจัดว่ากระผมกับพวกได้รับพร และน้ำมนต์ที่ได้หลั่งจากพระหัตถ์ครูด้วยโดยแท้ จะหาสิ่งใดที่เป็นมิ่งมงคลยิ่งกว่านี้มิได้แล้ว"

11. กังหันลม

ครูเอื้อ สุนทรสนาน เป็นสามัญชนไม่กี่คนในประเทศนี้ที่มีอนุสาวรีย์ นับแต่สุนทรภู่เป็นต้นมา ชีวิตของครูเอื้อจากเด็กชายชาวสวนที่อัมพวา สมุทรสงคราม บุตรชายช่างแกะสลักหนังใหญ่ (บิดาชื่อนายตี) สำหรับมารดาเป็นชาวสวน (นางแล) เป็นชีวิตน่าอัศจรรย์น่าศึกษา เมื่อเด็กนั้นพ่อฝากมาอยู่กับพี่ คือ หมื่นไพเราะพจมาน (อาบ) คนพากย์โขนหลวง ได้เริ่มเรียนชั้นประถมที่โรงเรียนวัดระฆัง แล้วเรียนภาษาอังกฤษกับพี่สะใภ้ แต่อาจจะด้วยพี่สะใภ้เป็นลูกศิษย์แหม่มโคล์ จึงมุ่งมั่นสอนเอาจริงเอาจังจนครูเอื้อเบื่อภาษาอังกฤษ หนีกลับไปบ้านอัมพวา แล้วพ่อก็ส่งกลับมาอีก เป็นเวลาประจวบเหมาะที่รัชกาลที่ 6 ทรงตั้งโรงเรียนพรานหลวง ครูเอื้อจึงได้เข้าเรียนโรงเรียนพรานหลวง ได้เป็นมหาดเล็กเด็กชา ได้เรียนดนตรีสากลมาแต่เด็ก เช้าเรียนหนังสือ ตกบ่ายเรียนดนตรี มาภายหลังพระเจนดุริยางค์ต้องการให้เรียนดนตรีเฉพาะจึงเรียนดนตรีเต็มวัย แขนงดนตรีฝรั่งเรียนอยู่ 3 ปีเต็มถึงเริ่มเข้าวง

ครูเอื้อเล่นไวโอลินชิมโฟนีจนชำนาญ พระเจนฯ จึงให้ฝีกทางแซกโซโฟน ครูเอื้อถูกคุณพระเจนฯ ขอร้องว่าอย่าเล่นเพลงแจ๊ส เพราะจะทำให้เทคนิคไวโอลินเสีย พร้อมกันนั้นก็ขออย่าเล่นเพลงไทยเดิม เพราะจะทำให้หูเสีย แต่ทว่าวันหนึ่งครูเอื้อก็คิดได้ว่า การมีชีวิตอยู่ควรเลือกอย่างไร เพราะเมื่อมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรก 2476 มีงานเลี้ยงและแยกดนตรี 2 วง วงใหญ่เล่นที่สนาม เป็นดนตรีคลาสสิก อีกวงเป็นแจ๊สบรรเลงชั้นบนเป็นวงเล็ก เล่นได้ไม่นานฝนก็ตก มีคนวิ่งมาบอกบ๋อยว่า วงดนตรีข้างล่างไม่มีน้ำกิน ช่วยจัดน้ำให้ด้วย บ๋อยให้รอเดี๋ยว ครูเอื้อบอกว่า
"ฉับพลันผมก็ได้คิด วงคลาสสิกนี่เป็นขนาดนี้ กินข้าวแล้วไม่มีน้ำกิน ไม่มีใครเอาใจใส่วงแจ๊สถึงแม้เป็นวงที่มีฐานะด้อยกว่า แต่มีอาหารมีน้ำ สุราอาหารครบครัน..ผมตัดสินใจในนาทีนั้นว่า เราเล่นเพื่ออาชีพ และเล่นง่ายกว่า คนก็ชอบ ถ้าขืนเล่นคลาสสิกต่อไปเห็นจะไม่รอด"
อย่างไรก็ตาม ความรู้ความสามารถของครูเอื้อทางดนตรี ทั้งภาคทฤษฎี ภาคปฏิบัติ ทั้งคลาสสิกและแจ๊ส ตลอดจนเพลงไทยเดิม ได้รับการมารังสรรค์อย่างกลมกลืนในเพลงสุนทราภรณ์ ประกอบกับการสามารถเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของผู้คน การอยู่ร่วมสมัยและการร่วมกิจกรรมทางสังคมผ่านดนตรีกาล เพลงสุนทรภรณ์จึงอยู่ในใจคนทุกระดับชั้น

ครูเอื้อ สุนทรสนาน หรือสุนทราภรณ์ เป็นคีตกวีที่น่าศึกษา นอกจากอนุสรณ์สถานและสิ่งระลึกถึงต่างๆ แล้ว ควรที่จะมีชีวประวัติของครูเอื้อลักษณะสำนวนต่างกัน เพื่อเด็กและเยาวชนวัยต่างกันศึกษาอย่างเหมาะสม

12. กังหันลม

สุนทราภรณ์สัญจร ครั้งที่ 1
เยือนถิ่นอัมพวา-บ้านเกิดครูเอื้อ


13. สมศรี...ค่ะ..


บริเวณที่จอดรถ ตลาดน้ำดำเนินสะดวก


14. สมศรี...ค่ะ


ภายในโบสถ์ วัดอัมพวัน ซึ่งตั้งอยู่บริเวณข้างอุทยาน ร.2


15. สมศรี...ค่ะ


รัปทานอาหารกลางวันที่ศูนย์ต้อนรับนักท่องเที่ยวเกษตร ตำบลเมืองใหม่


16. สมศรี...ค่ะ


คณะของสุนทราภรณ์สัญจรครั้งที่ 1 ณ บริเวณบ้านเกิดครูเอื้อ ที่ตำบลเมืองใหม่


17. สมศรี...ค่ะ


ดร.สุวิชญ์ มัคคุเทศน์ กิตติมศักดิ์ กับคณะฯในโบสถ์วัดบางกะพ้อม


18. สมศรี...ค่ะ


กิจกรรมบนรถทัวร์ ช่วงเดินทางกลับเข้า กทม.


19. สมศรี...ค่ะ



20. (ไม่มีชื่อ)


 
 
มีผู้มาเยี่ยมห้องนี้ 4458 ครั้งแล้วค่ะ
_chat